การตั้งเป้าหมายในการวางแผนกลยุทธ์การตลาดดิจิทัล ที่มักจะตั้งเป้าหมายด้วย KPI ซึ่งบ่อยครั้งที่เรามักจะวัดความสำเร็จจาก Conversion Rate นั่นคือการวัด % จากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ตั้งแต่แรกในการวางแผนเป้าหมายต่างๆ ว่ามีความแตกต่างและเปลี่ยนแปลงมากน้อยอย่างไร เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงรูปแบบต่างๆ ของเว็บไซต์ให้มีความน่าสนใจและตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากที่สุด
สมมติว่าเราต้องการยอดการสมัครสมาชิกรับข่าวสารผ่านช่องทางอีเมล ด้วยการวางแผนการซื้อโฆษณาเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเห็นแล้วทำการคลิกมายังเว็บไซต์ซึ่งเป็นการเตรียมฟอร์มการสมัครรับอีเมลไว้แล้ว ดังนั้นเมื่อเป้าหมายสมัครสมาชิกรับข่าวสารก็ถือว่าเป็นการสิ้นสุดกิจกรรม ถือว่าสำเร็จตามเป้าหมาย และถ้า 1 คนลงทะเบียนรับข่าวสาร Conversion Rate นับเป็น 100% ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีคนคลิกโฆษณาเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว เช่นเดียวกันไม่ใช่ทุกคนที่จะยอมลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสาร เพราะฉะนั้นจึงส่งผลให้ Conversion Rate ต่ำลงเรื่อยๆ ตามความสำเร็จที่ลดลง และวัตถุประสงค์ที่สำคัญของธุรกิจอีคอมเมิร์ช คือเมื่อลูกค้าเข้ามาถึงร้านแล้วทำอย่างไรให้ลูกค้าถึงเป้าหมายที่เราวางไว้ให้ได้ ต้องการให้ลูกค้าซื้อสินค้า และต้องการให้เกิด Conversion Rate สูงๆ เพื่อให้ธุรกิจนั้นขายดีและมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
CRO หรือ Conversion Rate Optimization เป็นศัพท์สำคัญของการทำการตลาดอีคอมเมิร์ช โดยนักการตลาดดิจิทัลต้องทำงานร่วมกันกับนักพัฒนาเว็บไซต์ เพื่อช่วยให้ Performance การทำงานส่วนหน้าบ้านที่แสดงผลต่อผู้ใช้งาน และดึงดูดต่อผู้ใช้งานให้เกิดความน่าสนใจและอยู่ที่หน้าเว็บของเราให้นานที่สุด โดยจะต้องทำให้เปลี่ยนสถานะจากผู้เข้าชมกลายเป็นลูกค้า ตัดสินใจซื้อสินค้าอย่างรวดเร็วขึ้นด้วย ทั้งนี้ต้องเชื่อมโยงกับศาสตร์ในการออกแบบ การวางแผนการทำงานของระบบเว็บไซต์ หรือเรื่องของการวาง UserInterface ที่เอื้อต่อการใช้งานให้มากที่สุด เรามักได้ยิน Usability และ User Experience อยู่เสมอ
เมื่อเราเข้าใจ CRO จะช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์เรื่องเกี่ยวกับสินค้า ราคา และคู่แข่งทางการตลาด เมื่อเราได้ข้อมูลต่างๆ แล้วนำมานั่งคำนวณ วิเคราะห์ช่องทางต่างๆ ว่าการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์นั้นจะทำให้เราใช้เวลาเยอะเกินไป หรือเสียเวลาหรือไม่ ยุ่งยากมากเกินไปหรือเปล่า เพราะด้วยเหตุผลเหล่านี้อาจทำให้เกิดการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงในการซื้อสินค้าได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน
อีกทั้งสิ่งสำคัญที่สุดในการเพิ่ม Conversion Rate นั่นคือการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของเว็บไซต์ของเราอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะเพิ่มยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ และเป็นการไขความลับถึงพฤติกรรมการเข้าชมเว็บไซต์ของผู้เข้าชม เพื่อเป็นการปรับปรุงเว็บไซต์และจะช่วยให้เพิ่ม Conversion Rate และปรับปรุง Opt-in ให้ดีขึ้น
องค์ประกอบพื้นฐานของการพัฒนา Conversion Rate
- ใส่ใจกับความเร็วในการโหลดหน้าเว็บเพจ เพราะความเร็วในการโหลดหน้าเว็บไซต์สามารถกำหนดการอยู่ต่อของผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้ ถ้าหากโหลดนานก็อาจทำการปิดหน้าเว็บไปได้อย่างรวดเร็ว
- การแสดงผลที่สามารถแสดงได้ทุก Browser และ Device เพื่อให้การใช้งานนั้นราบรื่นและตอบสนองผู้ใช้งานที่เข้ามาอย่างหลากหลายมากที่สุด
- เช็คลิงก์ที่ใช้งาน ตรวจสอบลิงก์การใช้งานอยู่เสมอ แก้ไขลิงก์เสียให้มีในเว็บไซต์น้อยที่สุด
- หน้าเพจ Custom 404 เป็นวิธีการอัพเดทที่ง่ายมากที่จะเพิ่ม Conversion Rate กับเพจที่ไม่ใช่แล้วหรือเพจที่ถูกหลงลืม และยังเป็นวิธีการ Back Up ที่ดีหากคุณมีลิ้งก์เสียที่ยังหาไม่เจอ ใช้ “ LeadPages” ช่วยสร้างหน้าเพจ Custom 404นั้นเป็นวิธีการที่ง่ายและเร็วมาก
- Pop-ups & Pop-unders ต้องระวังการสร้างความรำคาญ แต่จะช่วยเพิ่ม Conversion Rate หากใช้อย่างเหมาะสม
- แผนผังเว็บไซต์ที่เข้าใจง่าย จะทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้อย่างมากที่สุด สามารถเกิดโอกาสในการซื้อขายเกี่ยวกับสินค้าบริการที่เฉพาะได้ง่ายขึ้น
- ความปลอดภัยในเว็บไซต์ เป็นความจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่คุณจะต้องทำเวปไซต์ให้ทันสมัย และปลอดภัยจาก worms , virus และประเด็นเรื่องความปลอดภัยต่างๆ หากคุณใช้ WordPress คุณสามารถใช้ pluginAll In One WP Security & Firewall. อย่าง ช่วยได้
- การออกแบบเว็บไซต์ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเว็บไซต์ของเรานั้นดูดีและมีความทันสมัย เป็นที่น่าสนใจและเกิดเป็นกระแสที่จะนิยม เพื่อให้ผู้เข้าชมรู้สึกถึงการใส่ใจพัฒนาจัวเว็บไซต์ของบริษัทอยู่เสมอ ทั้งนี้ต้องพึงระวังในส่วนของกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการด้วย
- ปุ่ม Call to Action ข้อความบนปุ่มนี้จะต้องมีความชัดเจน เข้าใจง่าย โดดเด่น เป็นที่สนใจ และปุ่ม Call to Action นี้เอง ที่สามารถเปลี่ยนผู้เข้าชมเว็บไซต์ให้เป็นลูกค้าของเราได้
ที่มา : digithun, marketingbyte