เราอยู่ในยุคที่สามารถซื้อสินค้าออนไลน์ได้ตลอดเวลา และสามารถซื้อได้อย่างง่ายดายมากขึ้น จากเว็บไซต์ มาสู่สื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ จากการสั่งซื้อในคอมพิวเตอร์ก็เปลี่ยนมาเป็นการสั่งซื้อในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคเคลื่อนที่ สมาร์ทโฟน แท็ปเล็ตต่างๆ เพราะเมื่อเวลาผ่านไป เทคโนโลยีต่างๆ หรือสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวันจึงต้องถูกประยุกต์ให้เข้ากับการใช้งานหลากหลายรูปแบบที่เหมาะกับแต่ละบุคคลให้มากขึ้น
เมื่อมีโซเชียลมีเดียเพื่อติดต่อสื่อสารกันในระหว่างคนในสังคมด้วยกันแล้ว คนจึงประยุกต์การซื้อขายให้เข้าใกล้เราและง่ายต่อการใช้งานมากที่สุด ในส่วนของผลลัพธ์นั้นจึงส่งผลดีต่อทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ เมื่อโซเชียลมีเดียสามารถเข้าถึงทุกคนได้ง่าย การซื้อขายก็เข้าถึงเราได้ง่ายมากขึ้นเช่นกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้งานและประสิทธิภาพในการขายทางออนไลน์ให้ดีที่สุด
โดย Inverp ได้รวบรวมงานวิจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า จาก Facebook, Twitter, Youtube และ Pinterest มีเนื้อหาหลัก ดังต่อไปนี้
พฤติกรรมในการซื้อสินค้าและบริการ
จะเป็นข้อมูลที่สะท้อนให้เห็นเกี่ยวกับพฤติกรรม แนวโน้ม ความต้องการ ของลูกค้า ที่เราสามารถนำไปปรับและไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจของเราได้
- 4 ใน 10 ของคนเล่น Social Media จะตัดสินใจซื้อสินค้าหลังจากกดแชร์ Share หรือกดไลค์ Like ไว้ใน Facebook, Twitter, Youtube และ Pinterest
- 50% ของคนที่ได้แชร์หรือไลค์โพสต์เหล่านั้นไว้จะซื้อสินค้าภายใน 1 อาทิตย์ และเกือบ80% ซื้อสินค้าภายใน 3 อาทิตย์
- และ 71% ลูกค้ามีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้าตามกระแส
เมื่อเป็นเช่นนี้สะท้อนให้เห็นว่า ทางแบรนด์ต้องทำการโปรโมทและโฆษณาสินค้าให้เป็นที่รู้จักมากที่สุด อาจจำเป็นต้องอาศัย Influencer เพราะกลุ่มบุคคลเหล่านี้มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคในปัจจุบันมากที่สุด เนื่องจากคนส่วนใหญ่มักเชื่อข้อมูลจากผู้ใช้งานเหมือนกันเองมากกว่าที่จะเชื่อดารา พรีเซนเตอร์ หรือทางแบรนด์
Social Media ส่งผลอย่างไรต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า
- Facebook มีผลต่อการซื้อมากที่สุด 30.8% รองลงมาคือ Youtube 27%
- Twitter มีผลกับสินค้าประเภทเทคโนโลยีมากที่สุด และมีผลน้อยสุดกับสินค้าเกี่ยวกับการทำสวนและของตกแต่ง (สำหรับเรื่องของตกแต่ง หรือเกี่ยวกับสวนนั้น Pinterest น่าจะมีผลต่อการตัดสินใจซื้อมากกว่า)
- Pinterest มีผลมากที่สุดกับอาหารและเครื่องดื่ม มีผลน้อยสุดกับสินค้าเทคโนโลยี
จากข้อมูลข้างต้นแสดงให้เห็นว่า Facebook นั้นมีความนิยมอย่างมาก เมื่อสื่อโซเชียลที่เราสามารถเข้าถึงได้ง่าย เราจึงเชื่อมั่นว่าการสั่งซื้อของออนไลน์ผ่านช่องทางนี้จึงน่าจะมีความง่ายและสะดวกสบายที่สุด จึงเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงที่สุดนั่นเอง
พฤติกรรมการติดตามใน Social Media
- ลูกค้าติดตาม Twitter และ Facebook ของแบรนด์นั้นๆ เพื่อต้องการทราบกิจกรรม และข่าวสารของทางแบรนด์อย่างใกล้ชิด
- ลูกค้าติดตาม Youtube เนื่องจากต้องการเรียนรู้สินค้าและบริการ เช่น การใช้งานต่างๆ
- ลูกค้าติดตาม Facebook เพราะว่าต้องการร่วมสนุก ชิงรางวัล โปรโมชั่นต่างๆ
จากข้อมูลข้างต้นแสดงให้เห็นว่าลูกค้ามักจะติดตามแบรนด์แทบจะทุกช่องทางที่สะดวกที่สุด เพื่อเอาไว้ติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ ที่ทางแบรนด์ได้จัดทำขึ้นเพื่อหวังว่าจะได้รับโปรโมชั่นหรือสินค้าที่มีราคาถูกที่สุดนั่นเอง นอกจากนั้นการติดตามข่าวสารต่างๆ จากแบรนด์ก็เป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นสำหรับผู้บริโภค เพราะจะได้เป็นประโยชน์กับผู้บริโภคมากที่สุดนั่นเอง
ที่มา : thaismeresearch