การตั้งราคา กับ ภาพลักษณ์ของแบรนด์


มีใครรู้หรือไม่ว่า ราคาก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ธุรกิจของเรานั้นสามารถขับเคลื่อนไปได้ ราคาที่เหมาะสมกับสินค้า และผู้บริโภคสามารถเอื้อมถึง แน่นอนว่าเหล่านี้จะนำพาให้ธุรกิจของเราเคลื่อนไปได้อย่างแน่นอน ราคานั้นเป็นเสาหลักอย่างหนึ่งของการทำธุรกิจ โดยไม่ได้เป็นเพียงแค่การคิด ต้นทุน และการได้ผลกำไรต่างๆ แต่แท้จริงแล้วการตั้งราคานั้นเป็นศาสตร์อีกอย่างหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ อารมณ์ รวมไปถึงการบริหารความคาดหวังของลูกค้าอีกด้วย ดังนั้นการตั้งราคานั้นจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การใช้ตัวเลข แต่มีความสำคัญและลึกซึ้งกว่านั้น

ตัวอย่างเช่น แบรนด์เนมระดับโลก ราคานั้นไม่ได้ถูกแทนด้วยตัวเลข แต่เป็นการถูกแทนที่ด้วยความพึงพอใจ เพราะกระเป๋าแบรนด์เนมต่างๆ ที่มีราคาหลักแสนถึงล้าน แต่ทั้งหมดก็ถูกตัดสินด้วยความพอใจไม่ใช่ตัวเลข ไม่เกี่ยวกับฟังก์ชั่นการใช้งาน ตัวแปรเรื่องวัสดุ หรือเกี่ยวกับศาสตร์และข้อมูลต้นทุนใดๆ

ต่อมาเราอาจมองธุรกิจของเราว่าควรมีทิศทางและเป็นไปในรูปแบบใด เพื่อให้ลักษณะธุรกิจของเรานั้นสามารถเป็นตัวกำหนดราคาสินค้าได้ ทั้งนี้การตั้งราคาอาจขึ้นอยู่กับคุณภาพสินค้าและภาพลักษณ์ของแบรนด์อีกด้วย หรืออีกอย่างหนึ่งคือ เน้นที่การสร้างภาพลักษณ์เพื่อเอาปริมาณและมีคุณภาพสินค้าที่ปานกลางพอใช้ ซึ่งแบบสุดท้ายอาจเป็นวิธีที่ไม่เหมาะสม เพราะหากท้ายสุดเมื่อตลาดอิ่มตัว ผู้ริโภคก็ย่อมซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับราคามากกว่าอยู่แล้ว และในกรณีบางทฤษฎีด้านราคานั้นให้เราใช้กลยุทธ์การตั้งราคาให้สูงขึ้นเพื่อ Up Positioning ให้กับสินค้า แต่ในบางกรณีอาจมีการตั้งราคาให้ถูกกว่าภาพลักษณ์และคุณภาพของสินค้า เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกได้รับสินค้าของดีราคาถูกกว่าที่คิดเอาไว้นั่นเอง

สำหรับในเรื่องของความเหมาะสมระหว่างราคาและคุณภาพสินค้านั้น อาจต้องมีการดูในเรื่องของวัสดุ ต้นทุน และคุณภาพของสินค้าควบคู่กันไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัสดุ ต้นทุน คุณภาพของสินค้า ควบคู่กันไป แต่สิ่งเหล่านี้ก็มีข้อยกเว้น คือ กรณีที่คุณกำหนด Brand Positioning และสร้าง Brand Image ไว้สูง กำหนดเป็นสินค้าพรีเมียม ทุกอย่างที่ประกอบกันเป็นสินค้ามีดีไซน์ที่พรีเมียม ตั้งแต่โลโก้ แพ็กเกจ และดีไซน์ของสินค้า แล้วไปกระตุ้นความรู้สึกของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย ให้มีความรู้สึกร่วมในตัวตนของแบรนด์กับตัวตนของเขาได้ เมื่อนั้น ราคาจะไม่ได้ถูกวัดด้วยตัวเลข แต่มันเป็น เรื่องของความพอใจ เม่อนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคือ เราสามารถตั้งราคายังไง เท่าใดก็ได้ ไม่ว่าจะถูกหรือแพงหรือเทียบเท่ากับคู่แข่ง เพราะนี่คืออิทธิฤทธิ์ของแบรนด์นั่นเอง

ดังนั้นเราต้องคำนึงถึงจุดประสงค์ของแบรนด์และสินค้าว่าต้องการให้ลูกค้านั้นมองภาพเราเป็นแบบใด ไม่ว่าจะเป็นการเอาคุณภาพของสินค้าเป็นตัวตั้ง หรือความพึงพอใจในสินค้าเป็นตัวตั้งนั่นเอง และหากต้องการให้ลูกค้านั้นอยู่กับสินค้าและแบรนด์ไปนานเท่านาน อย่าลืมคำนึงและเอาใจเขามาใส่ใจเราและเช่นกันก็ขึ้นอยู่กับนโยบายและจุดประสงค์ของธุรกิจว่าต้องการแบบใดด้วย







ที่มา : smethailandclub