OFFLINE MARKETING ที่ไม่ควรมองข้าม


หากต้องการให้สินค้าและแบรนด์เป็นที่รู้จักอาจต้องมีการทำการตลาดแบบออนไลน์เพื่อช่วยในการโปรดมท เพระาเราก็ต่างปฏิเสธไม่ได้ว่าการรับข่าวสารของคนส่วนใหญ่ในสังคมตอนนี้นั้นมีเปอร์เซ็นต์มาจากช่องทางออนไลน์เป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งช่องทางออนไลน์มีการใช้งบประมาณไม่มากและสามารถยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสม มีการจัดการที่ง่ายและเป็นช่องทางที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน  

เช่นกันหลายคนอาจคุ้นเคยกับคำว่า Offline Marketing อยู่บ้าง สำหรับความหมายของ Offline Marketing นั้นคือสื่อและช่องทางการทำการตลาดแบบเก่าที่ไม่มีในเรื่องของอินเทอร์เน็ต แต่จะเป็นการใช้ Traditional Media หรือที่เรียกว่าสื่อแบบเก่า ซึ่งได้แก่ สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ วิทยุ โทรทัศน์ ป้ายประกาศ โดยเป็นการทำการตลาดที่เจาะจงพื้นที่ และเป็นการเน้นการสื่อสารเพียงด้านเดียว ถึงแม้ว่าจะเป็นการตลาดแบบ Offline ดูไม่ทันสมัย ดูเก่า แต่เราก็ไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกันว่าสื่อเหล่านี้นั้นยังอยู่ในชีวิตประจำวัน

หากถามว่าแล้วเราจะใช้การตลาดแบบไหนดีระหว่าง Online หรือ Offline ซึ่งการเลือกใช้อาจมาจากรูปแบบของธุรกิจเป็นสำคัญด้วย อีกทั้งการทำการตลาดแบบ Offline นั้นมักจะใช้งบประมาณค่อนข้างสูง เช่นการลงโฆษณาในโทรทัศน์ (บางช่องหลักแสนเพียงไม่กี่วินาที), ป้าย bill-Board ที่เริ่มต้นหลักหมื่น-แสนต่อเดือน ซึ่งเหล่านี้อาจเหมาะกับธุรกิจใหญ่ที่มีเงินทุนพร้อม และเงินทุนสำรองในการทำโฆษณา ส่วนแบรนด์ใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น รวมไปถึงแบรนด์เล็กๆ อาจเป็นการใช้ช่องทาง Online จะมีความเหมาะสมกว่า และหากต้องการใช้ Offline นั้นก็สามารถทำได้แต่ต้องเลือกวิธีการให้ถูกต้องและเหมาะสม 

สำหรับการทำการตลาดแบบ Offline ที่ใช้งบน้อย เหมาะกับธุรกิจใหม่และธุรกิจเล็กๆ โดยเริ่มต้นเราอาจต้องตัดช่องทางใหญ่ๆ เช่น สื่อทางหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ออกไปก่อน แล้วมาโฟกัสที่ช่องทางที่ได้ประสิทธิภาพเช่นกัน นั่นคือ การใช้สื่อสิ่งพิมพ์ร่วมกับการประชาสัมพันธ์เชิงรุก เช่นการเดินโปรโมทตามสานที่ต่างๆ จัดกิจกรรมตามห้าง แจกสินค้าทดลอง โบรชัวร์สินค้า เป็นต้น ซึ่งเป็นวิธีการที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้โดยตรงและเป็นจำนวนมาก และมีข้อดี คือ สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง สามารถเห็นผลตอบรับได้อย่างทันท่วงที และนำสิ่งเหล่านี้ไปศึกษาเพื่อนำมาปรับปรุงแบรนด์ของเราได้อีกด้วย วิธีการเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการทำ Offline Marketing ผู้ประกอบการควรเลือกกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับธุรกิจและตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายมากที่สุด 

จากผลสำรวจของ Engagement Labs เผยว่า การตลาดแบบปากต่อปาก จะช่วยกระตุ้นการซื้อสินค้าของผู้บริโภคได้ถึง 13%
- การตลาดแบบปากต่อปาก (Word of mouth : WOM) เป็นการตลาดที่สามารถกระตุ้นการขายได้ โดยแบ่งได้เป็น 1 ใน 3 ของช่องทางออนไลน์และ 2 ใน 3 ของช่องทางออฟไลน์
- แบรนด์ที่ทำตลาดออนไลน์และออฟไลน์ได้มีประสิทธิภาพ อาทิ ESPN, Amazon, Food Network, TripAdvisor ฯลฯ
- ประเภทของสินค้าที่การบอกต่อแบบปากต่อปากมีผลก่อนการขายสินค้าทั้งในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ได้แก่ กีฬา การสื่อสาร/การประชาสัมพันธ์ ความสวยความงาม และค้าปลีก/เครื่องแต่งกาย
- ในขณะที่การตลาดออนไลน์กำลังเติบโต การสื่อสารแบบ face-to-face ยังมั่นคงและได้ผล
- แบรนด์ที่ทำตลาดออนไลน์ในปีที่ผ่านมา ไม่ได้จำกัดแค่กลุ่มวัยรุ่นหรือวัยกลางคนเท่านั้น ในกลุ่มที่มีอายุ 60-69 ปี ก็มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเช่นกัน เรียกได้ว่าครบทุกช่วงวัย
- อีกหนึ่งแนวโน้มที่น่าสนใจ ผู้บริโภคจะพูดคุยกันต่อหน้าถึงสิ่งที่พวกเขาพบในอินเตอร์เน็ต อาทิ การสอบถามคุณภาพสินค้า การเปรียบเทียบราคา เป็นต้น







ที่มา : at-z, marketingoops