หลายคนอาจคุ้นหู หรืออาจไม่เคยได้ยินชื่อเลยสำหรับคำว่า Mega Trend นี้ เมกาเทรนด์นี้ ก็คือแนวโน้มในอนาคตสำคัญที่จะสามารถเปลี่ยนโลกของเราได้ แต่สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าจะเกิดขึ้นช้าหรือเร็วเท่านั้น สำหรับคำนี้มีผู้ได้ให้คำนิยามเอาไว้ว่า เมกาเทรนด์นี้คือแรงขับเคลื่อนที่จะผลักดันการพัฒนาเศรษฐศาสตร์มหภาคในระดับโลก ที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อ ธุรกิจ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการดำรงชีวิตของมนุษย์ ให้เป็นไปตามแรงขับเคลื่อนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
สำหรับโลกปี 2020 นี้นักอนาคตศาสตร์หลายสำนัก ได้ทำนายเกี่ยวกับเมกาเทรนด์ว่าแนวโน้มที่น่าสนใจและควรติดตามนั้น ได้แก่ 6 เรื่องต่อไปนี้ การขยายตัวของสังคมเมือง การเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี พลังงานและสภาวะแวดล้อม การพัฒนาสาธารณูปโภค โดยในแต่ละส่วนนั้นมีทิศทาง ดังนี้
1) การขยายตัวของสังคมเมือง
ความพัฒนาของประเทศไทยที่มีอยู่ในทุกขณะทำให้สังคมเมืองนั้นขยายตัวไปอย่างรวดเร็วในรูปแบบของการมีเมืองหลักเกิดขึ้นมาก่อน แล้วเมืองเล็กที่อยู่โดยรอบจะเชื่อมโยงเข้ามาหา ทำให้ขอบเขตเมือง ปริมณฑลของเมืองหลักจะขยายตัวกว้างออกไป ส่งผลให้เกิดผลกระทบรอบเมือง เช่น การเชื่อมโยงการเดินทาง ลักษณะการทำงาน และการดำรงชีวิตในสังคมของผู้คนในเมืองใหญ่ ส่วนการขยายตัวของสังคมเมือง จะเกิดขึ้นใน 3 ระดับคือ การเกิดเมืองใหญ่ (Mega City) ที่เป็นการรวมตัวของเมืองหลักกับปริมณฑลเชื่อมกัน และมีประชากร 5 ล้านคนขึ้นไป และการขยายตัวของเมืองจะนำไปสู่การเกิด สมาร์ทซิตี้ หรือเมืองอัจฉริยะที่นำเทคโนโลยีและระบบสาธารณูปโภคเมืองที่ทันสมัยมาใช้ แบ่งวิธีการใช้ทรัพยากรอย่างชายฉลาด ไม่ปล่อยให้ทรพยากรสูญเปล่าหรือฟุ่มเฟือย
2) การเปลี่ยนแปลงทางสังคม
ปี 2020 ประชากรของโลกจะถูกครอบงำด้วยเจเนอร์เรชั่น Y ซึ่งเป็นผู้ที่มีการศึกษาดี ฐานะมั่นคง มีความมุ่งมั่น สามารถเข้าใจในเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี เชื่อในคุณค่าของตัวเองมีทัศนคติในการใช้ชีวิตที่ดี ซึ่งเหล่านี้เองจะเป็นการเปลี่ยนแปลงตลาดของผู้บริโภคไปอย่างมาก สิทธิของสตรีก็จะมีความเท่าเทียมมากขึ้น เป็นที่ยอมรับขององค์กร สามารถเป้นผู้นำได้อย่างไม่มีข้อกังขา แนวทางการดำเนินชีวิตเปลี่ยนจากการไปต่างประเทศเป็นกลับเข้ามาที่บ้านเกิดของตนและนำประสบการณ์ที่ได้รับมาพัฒนาบ้านของตัวเองมากขึ้น
3) การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ
ชนชั้นกลางจะมีฐานะทางการเงินที่ดีขึ้น เพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะคนชั้นกลางในจีน อินเดีย และในอาฟริกา ทำให้อำนาจซื้อของโลกเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และกลุ่มชนชั้นกลาง จะกลายมาเป็นกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดที่สำคัญที่สุด จุดศูนย์กลางของงานบริการหรืองานจัดจ้าง จะเปลี่ยนจากแหล่งหรือประเทศที่มีค่าแรงถูก ไปยังประเทศที่มีความสามารถเฉพาะทาง เช่น งานวิจัย งานบริการทางธุรกิจ ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ หรืองานพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่ง ศูนย์กลางของงานบริการเหล่านี้ จะย้ายไปอยู่ในทวิปเอเซีย หรือ ลาตินอเมริกา มากขึ้น ทิศทางในการทำธุรกิจ จะปรับเปลี่ยนไปในรูปของภาคีหรือการรวมตัวทางการค้าต่างๆ โดยรัฐบาลของแต่ละประเทศ จะหันหน้าเข้ามาเป็นสมาชิกในภาคีการค้าระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็น ทวิภาคี หรือ พหุภาคีมากขึ้น
4) การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
แนวโน้มสำคัญจะอยู่ที่การขยายตัวของเทคโนโลยี คลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) ซึ่งได้เริ่มก่อตัวขึ้นมาให้เห็นแล้วในปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีคลาวด์ ในปี 2020 จะมีความฉลาดมากขึ้น และจะกลายเป็นมาตรฐานของระบบคอมพิวเตอร์สำหรับธุรกิจและสังคมทั่วไปที่จะหันมาใช้กันอย่างแพร่หลายในอนาคต การสื่อสารแบบไร้มนุษย์ หรือ machine-to-Machine หรือ M2M จะเพิ่มมากขึ้นโดยอาศัยปัญญาประดิษฐ์ของเครื่องจักรกล ที่มีความสามารถในการสื่อสารซึ่งกันและกันโดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์เป็นตัวกลาง และการแสดงผลแบบเหมือนจริงนี้เองที่ส่งผลให้มีการพัฒนาจอภาพสู่ระบบ 3 มิติ ที่ให้คอมพิวเอตร์สามารถแสดงผลได้เหมือนเราเข้าไปอยู่สถานที่จริง ในอนาคตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จะกลายมาเป็นอุปกรณ์สวมใส่ติดกับตัว (Wearable computing) หรือเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา สังคมออนไลน์หรือโซเชียลเน็ตเวิร์ค จะทำได้อย่างสะดวกสบายและรวดเร็วยิ่งขึ้น เทคโนโลยีไร้สาย จะขยายตัวไปทุกซอกทุกมุม โดยเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Wi-Fi, RFID ทำให้เกิดเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณูปโภคที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นตามความก้าวหน้าของศาสตร์ด้านนาโน และความก้าวหน้าทางด้านวัสดุศาสตร์
5) พลังงานและสภาวะแวดล้อม
เพราะการผลิตไฟฟ้าของโลกนั้นส่วนใหญ่จะเคลื่อนที่ไปยังประเทศที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจในอัตราที่เติบโตสูง เช่น จีน อินเดีย ส่วนเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า จะเปลี่ยนจากแหล่งเชื้อเพลิงที่ใช้แล้วหมดไป เช่น ถ่านหิน หรือปิโตรเลียม มาเป็นพลังงานหมุนเวียน พลังงานชีวมวล หรือพลังงานนิวเคลียร์มากขึ้น
และเทคโนโลยีด้านพลังงานจะพัฒนาเข้าสู่การลดมลพิษ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม รถยนต์และยานพาหนะจะเปลี่ยนโหมดเข้าสู่เครื่องยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น
6) การพัฒนาสาธารณูปโภค
การบริหารจัดการสาธารณูปโภค จะมีการปรับเปลี่ยนขนาดไปตามเมืองที่ใหญ่ขึ้น ซับซ้อนมากขึ้น ตั้งแต่ถนนหนทาง การขนส่งมวลชน หรือการเชื่อมต่อ Mega Corridor ต่างๆ ที่เป็นแกนกลางให้เกิดชุมชนอุตสาหกรรม สาธารณูปโภคต่างๆ ก็จะถูกเก็บตามจำนวนที่ใช้ เน้นให้ทั่วถึงและมีความเท่าเทียมกัน ส่วนในระดับโรงงานก็จะใช้ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์อุตสาหกรรม ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาแทนแรงงาน ทำให้สามารถผลิตสินค้าตามที่ต้องการ มีความเร็วในการผลิตเพิ่มมากขึ้น และมีการพัฒนาให้สะดวกตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริดภคอย่างมากที่สุดอีกด้วย
เมกาเทรนด์ที่กล่าวมาข้างต้นนี้จะมีแนวโน้มที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อธุรกิจต่างๆ ในระดับอุตสาหกรรม ระดับบริษัท ระดับบุคคล และจะมีความแตกต่างกันตามรูปแบบความถนัด การปรับตัวของแต่ละธุรกิจ การเตรียมธุรกิจให้พร้อมรับกับเมกาเทรนด์ ที่สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจ จะทำให้ธุรกิจกำหนดทิศทางอนาคตของธุรกิจได้อย่างแม่นยำมากขึ้น และเพื่อเตรียมความพร้อมรับกับเมกาเทรนด์ที่กำลังจะเข้ามาหาเราในอีกไม่ช้า
ที่มา : bangkokbiznews
02 ธันวาคม 2560
Mega Trend
Marketing
Online Marketing
แนวโน้มการตลาดในอนาคต
แนวโน้มธุรกิจในอนาคต
ความรุ่งเรือง, ยุคสมาร์ทโฟน
ยุคสมาร์ทโฟน