10 ข้อที่ไม่ควรทำ! ถ้าอยากให้คอนเทนต์ประสบความสำเร็จ


ปัจจุบันนี้การทำคอนเทนต์ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตามแต่ สามารถดึงดูดให้เกิดความสนใจจากผู้บริโภคได้อย่างมากเมื่อเทียบกับอดีต นั่นอาจเป็นเพราะการรับข่าวสารของคนในสังคมที่มีมากมายและหลากหลายยิ่งขึ้น เปิดใจในการรับข้อมูลมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้หมายถึงว่าจะสามารถรับข้อมูลที่มีจำนวนมหาศาลในเวลาอันรวดเร็วได้ ตามสมัยนิยมของตอนนี้มักจะเน้นการรับข่าวสารแบบเพียงไม่กี่วูบวินาทีเพื่อเป็นการตัดสินใจว่าจะอ่านเนื้อหาข้างใน หรือส่วนอื่นๆ ต่อหรือไม่ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำก็คือต้องทำให้ส่วนแรกที่ผ่านตาผู้อ่าน หรือที่เรียกว่า First Impression ให้มีความน่าสนใจมากที่สุดนั่นเอง

เมื่อการสร้างคอนเทนต์เป็นที่น่าสนใจมากขึ้นในปัจจุบันแล้ว นักผลิตคอนเทนต์ทั้งหลายก็ต้องการสร้างคอนเทนต์ขึ้นมาให้ประสบความสำเร็จมากที่สุด และที่มากไปกว่านั้นคือทำให้ผู้อ่านชื่นชอบและติดตามผลงานต่อมานั่นเอง และเช่นกันบทความนี้จะพามาดูวิธีการ 10 ข้อที่ไม่ควรทำ และช่วยให้คอนเทนต์ของเราประสบความสำเร็จมากขึ้นอีกด้วย

1.ไม่เข้าใจกลุ่มลูกค้าตัวเอง
เพราะหัวใจของการทำธุรกิจคือ ต้องเข้าใจกลุ่มลูกค้า เช่นเดียวกันเมื่อเราต้องสร้างคอนเทนต์ขึ้นมา ก่อนอื่นอาจจะต้องทราบก่อนว่าใครคือผู้รับสารและต้องการเผยแพร่สิ่งใด มีจุดประสงค์ในการสร้างคอนเทนต์เป็นอย่างไร เพื่อให้การสร้างคอนเทนต์ของเรานั้นมีผู้ให้ความสนใจและเกิดการติดตาม และประสบความสำเร็จ และสิ่งที่คาดหวังมากกว่านั้นคือการถูกแชร์และนำไปเผยแพร่ต่อตามช่องทาง Social Medis ต่างๆนั่นเอง



2.ไม่มีหน้า About Page
การแนะนำตัวเองในหน้า About Page จะช่วยให้ผู้อ่านบทความ คอนเทนต์ ได้รู้จักตัวตนของเรามากยิ่งขึ้น เพราะเมื่อผู้อ่านเกิดความชื่นชอบใน Content ของเราและก็อาจต้องการที่จะรู้จักเราด้วยเช่นกัน และการที่แนะนำตัวเองเอาไว้อาจทำให้ได้รับการจ้างงานจากที่อื่นๆ เพิ่มขึ้น หรือเกิดเป็น Connection ที่อาจมีประโยชน์ต่อเราได้ในอนาคต

3.ไม่โปรโมตผ่าน Social
เมื่อเรามี Content ที่ดีแต่ไม่ทำให้คนอื่นๆ ได้รับรู้ ไม่เผยแพร่หรือโปรโมตว่ามีสิ่งนี้อยู่ ก็เทียบเท่ากับว่าเป็นการปิดกั้นไม่ให้ผู้อื่นๆ ได้อ่านและเสพคอนเทนต์ของเรา เพราะการโพสต์คอนเทนต์ลงบน Social Media ต่างๆ ซึ่งเปรียบเสมือนกับการเผยแพร่ให้มีผู้อ่านและเผยแพร่คอนเทนต์ของเราต่อๆ กันไป และจะทำให้มีผู้รู้จักคอนเทนต์ของเรามากขึ้นจากการเผยแพร่ของผู้อ่านต่างๆ อีกด้วย



4.ขาดการใช้สรรพนามที่เป็นกันเอง
การใช้คำที่ดูเป็นกันเองมากขึ้น จะช่วยเพิ่มให้เนื้อหาของเราไม่มีความเครียดจนเกินไป ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับรูปแบบของการเผยแพร่ รวมไปถึงกลุ่มของผู้รับสารรวมไปถึงจุดประสงค์ในการเขียนของเราตั้งแต่เริ่มแรกด้วย การที่เนื้อหาของเรานั้นอยู่ในส่วนที่อ่านแล้วช่วยเพิ่มความรู้ผสมผสานกับความบันเทิง หรืออ่านแล้วไม่เครียดจะช่วยทำให้บทความ คอนเทนต์ของเรามีความน่าสนใจอยู่ในตัวของมันนั่นเอง

5.เต็มไปด้วยคำผิด
นักเขียนคอนเทนต์จะรู้ว่าการมีคำผิดในงานเขียนของตนนั้นเป็นเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยอย่างยิ่ง เพราะถึงแม้ว่างานของเราะเป็นที่นิยมและมีการเผยแพร่กันอย่างแพร่หลาย แต่หากมีคำผิดซ้ำๆ บ่อยๆ โดยจะตั้งใจหรือไม่ก็ตามแต่จะถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่เป็นมืออาชีพ สิ่งเหล่านี้จะส่งผลเสียต่อแบรนด์และตัวผู้เขียนได้โดยตรง และอาจเกิดความเสียหายอื่นๆ ตามมา เช่น ผู้ติดตามน้อยลง ไม่มีการแชร์บทความต่อๆ ไปอีก และสิ่งที่จะต้องทำคือ ตรวจเช็คการเขียนและตัวสะกดทั้งหมดให้ดีก่อนทำการเผยแพร่ต่อสาธารณชน

6.ขาดจุดยืนที่ชัดเจน
เพราะเราต้องมีจุดประสงค์ในการทำคอนเทนต์ของเราตั้งแต่แรกเริ่มกันอยู่แล้ว แน่นอนว่าถ้าอยากให้คอนเทนต์ของเราน่าติดตามและทันสมัยก็อาจจำเป็นต้องเขียนเรื่องราวที่กำลังเป็นที่น่าสนใจอยู่ในขณะนั้นๆ เพื่อให้เกิดการแชร์ต่อออกไปให้มากที่สุด ที่สำคัญคืออย่าลืมว่า เรามีจุดยืนและเอกลักษณ์ในการเขียนงานของเราด้วย เพื่อแสดงถึงความเป็นแบรนด์และความเฉพาะตัวอย่างมากที่สุดนั่นเอง

7.มีภาพประกอบน้อยเกินไป
เมื่อคอนเทนต์ของเรานั้นมีแต่เนื้อหา ก็อาจทำให้เป็นคอนเทนต์ที่ไม่น่าสนใจ เพราะเมื่อตัวหนังสือเยอะก็อาจทำให้ลายตา และไม่อยากอ่าน วิธีการแก้ไขปัญหาคือ อาจมีการนำภาพเข้ามาประกอบกับเนื้อหาให้เกิดความเข้าใจ และเพิ่มความน่าสนใจให้กับคอนเทนต์ของเราอย่างมากที่สุด 

8.ขาดความใส่ใจในตัวเลข
หากเนื้อหาข้อมูลของเรานั้นมีเรื่องราวของสถิติ หรือตัวเลขต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง การนำตัวเลขเข้ามาใช้ในเนื้อหาเพื่อเป็นการกำหนดแนวทางในการเขียนคอนเทนต์ จะช่วยให้เราสามารถตีโจทย์และเขียนให้โดนใจผู้อ่านได้ 



 

9.พาดหัวไม่ปัง
ไม่ว่าการเขียนคอนเทนต์ของเรานั้นจะมีความน่าสนใจมากเพียงใด หากมีชื่อเรื่องที่ไม่ปัง ไม่น่าสนใจ ก็ถือว่าจบลงไปได้อย่างง่ายๆ เพราะหัวข้อต่างๆ นั้นสามารถช่วยดึงดูดให้ผู้ชม ผู้อ่าน อยากเข้ามาอ่านได้อย่างง่ายดาย แต่ต้องระวังการเขียนเกินจริงและการเขียนพาดหัวที่เข้าข่ายหลอกลวงผู้อ่าน

10.ไม่แคร์ Feedback
ถ้าหากเราละเลยในส่วนของการแสดงความคิดเห็นต่างๆ ของผู้อ่าน หรือหลีกเลี่ยงการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อ่านคนอื่นๆ เท่ากับว่าเราไม่สนใจและยอมรับในการเขียนงาน เพราะในบางครั้งอาจได้รับคำแนะนำจากผู้อ่านเพื่อนำมาปรับปรุงแนวทางการเขียนของตัวเอง และการปฏิสัมพันธ์กับผู้อ่านนี้เองที่จะทำให้เราเกิด Connection ต่างๆ ขึ้น และอาจเป็นประโยชน์กับเราในตอนนี้และอนาคตก็เป็นได้







ที่มา : yengobuzz