ต้องบอกก่อนเลยว่าสำหรับเกมเมอร์แล้ว สิ่งที่สำคัญคือมอนิเตอร์ถือเป็นส่วนที่จะทำให้เรานั้นเห็นผลลัพธ์ของคอมพิวเตอร์ที่เราซื้อมาเพราะหากจัดสเปกแรงๆ มาแล้วใช้กับจอ 60 Hz โดยที่ไม่มีเทคโนโลยีล้ำๆ อยู่ภายใน ก็คงไม่ใช่
เพราะฉะนั้นบทความนี้เราจึงได้มาแนะนำเทคนิคดีๆ ในการเลือกจอเกมมิ่ง ปี 2022 และในงาน Commart Comverse ที่กำลังจะถึงในเร็วๆ นี้ครับ
1. เลือกความละเอียดที่ต้องการ
ในปัจจุบันจอภาพความละเอียดที่ Full HD หรือ 1080p โดยส่วนตัวนั้นคิดว่าเพียงพอต่อการเล่นเกมแล้ว แต่ยังมีอีกหลายคนและคิดว่าจำนวนมากเลยล่ะครับที่เป็นสายขั้นสุด ที่ต้องการกำหนดสเปกสูงๆ เพื่อไว้รองรับการเล่นเกมในระดับ 2k หรือ 4k
แต่หากเป็นจอเกมมิ่งที่พิกเซลมากขึ้น ราคาก็จะมากขึ้นตามไปด้วย เพราะต้องอิงกับองค์ประกอบอย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Panel อัตรารีเฟรช และเทคโนโลยีภายในนั่นเองครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเลือกความละเอียดได้แล้ว เราก็ไปดูที่หัวข้อถัดไปกันเลยดีกว่าครับ
2. อัตราการรีเฟรช
ซึ่งในส่วนนี้เป็นค่าที่บอกว่า จอจะสามารถแสดงภาพได้กี่ภาพ (เฟรม) ภายใน 1 วินาที ถ้าหากต่ำ เวลาเล่นเกมที่ฉากมีการเปลี่ยนรวดเร็วเกินไป ก็จะทำให้เกิดอาการภาพขาดครับ เพราะฉะนั้นอัตรารีเฟรชที่เหมาะสมสำหรับจอเกมมิ่งควรเริ่มต้นที่ 144 Hz ครับ
3. เทคโนโลยีแผงควบคุม หรือ Panel
ในปัจจุบันจอที่ขายอยู่บ้านเราจะมี Panel 3 อย่างหลักๆ คือ IPS , VA และ TN โดย Panel TN เป็นจอราคาถูกที่สุดเนื่องจากคุณภาพของภาพที่ดรอปลง หากเรามองจากมุมด้านข้าง ส่วน IPS เป็น Panel ที่เน้นความคมชัด และความสว่าง ส่วน VA มีจุดเด่นที่มีค่า Contrast สูงที่สุดครับ และมีราคากลางๆ ซิ่งหากเราเลือกซื้อจอ IPS 144 Hz ขึ้น ราคาก็จะสูงๆ หน่อย แต่ถ้าเลือก TN 144 Hz ราคาก็จะเข้าถึงได้ง่ายกว่าครับ ส่วน VA 144 Hz ราคาจะพอๆ กับ IPS เลย ซึ่งส่วนนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลแล้วล่ะครับ
4. Response times หรือ เวลาการตอบสนอง
โดยResponse times ของจอ จะมีผลเมื่อเน้นใช้เล่นเกมอย่างมาก มันจะบอกเราว่าจอภาพใช้เวลานานเพียงใดในการเปลี่ยนพิกเซลแต่ละพิกเซลจากสีดำเป็นสีขาวหรือเป็นสีอื่นๆ ซึ่ง Monitor ส่วนใหญ่จะมีค่า Response times ไม่เกิน 5 ms (มิลลิวินาที) แต่หากเป็นจอสำหรับใช้เล่นเกม Response times ไม่ควรเกิน 1 ms หรือ 1 มิลลิวินาที ไม่งั้นอาจเกิดอาการภาพเบลอเพราะมีการเปลี่ยนสีที่เร็วเกินไปได้ครับ
5. เทคโนโลยีภายในอย่าง Gsync และ Freesync
ในขณะที่เรากำลัง เดินเลือกดูอยู่ที่ร้านเรามักจะเจอคนขายเชียร์ว่า นี่น้อง อันนี้มี Gsync อันนี้มี Freesync แต่น้อยคนที่จะบอกเทคโนโลยีทั้งสองอย่างนี้มันคืออะไร ซึ่งเทคโนโยทั้งสองอย่างนี้ จะมีในจอที่ถูกสร้างมาเล่นเกมโดยเฉพาะ ซึ่งฝั่ง G-Sync จะเป็นของ Nvidia ที่ใช้สำหรับการ์ดจอของ Nvidia เท่านั้น และ FreeSync จะเป็นของฝั่ง AMD ที่ใช้สำหรับการ์ดจอของ AMD เท่านั้นครับ ซึ่งทั้งสองเป็นเทคโนโลยีเพื่อที่ทำมาเพื่อลดภาพฉีกขาด (Tearing) และภาพซ้ำ (Stuttering) ช่วยให้ภาพของเกมสมูทมากขึ้น
ถ้าถามว่าแล้วอะไรถูกกว่ากันจอที่มีเทคโนโลยี Freesync จะมีราคาถูกกว่า G-Sync เพราะว่า FreeSync นั้นใช้ซอฟต์แวร์ในการควบคุม แต่ G-Sync จะใช้ชิปใส่เข้าไปเพิ่ม ทำให้ต้นทุนจอราคาสูงขึ้น มันจึงมีราคาแพงกว่าครับ
เพราะฉะนั้น ถ้าจะเลือกซื้อจอเกมมิ่ง ก็คงต้องขึ้นอยู่กับงบประมาณที่มีและดูเหตุผลในการนำมาใช้งานครับ ยิ่งกำหนดสเปกสูงเท่าไหร่ ราคาก็จะยิ่งสูงตามไปด้วยนั่นเองครับ
---Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO รับทำการตลาดออนไลน์ รับทำโฆษณา Facebook รับทำเว็บไซต์ ขอนแก่น และรับทำเว็บไซต์ทั่วประเทศ—
ข้อมูลจาก : commartthailand.com