นับว่าเป็นอีกหนึ่งบริษัทด้านเทคโนโลยีที่ได้มีการปรับลดพนักงานจำนวนมาก โดย Intel ได้ระบุในผลประกอบการทางการเงินของไตรมาสที่ 3 ว่าจะเลิกจ้างพนักงานหลายพันอัตราเพื่อลดรายจ่ายด้านงบประมาณนั่นเอง
โดย Intel นั้นเป็นอีกหนึ่งในบริษัทผลิตชิปที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเซมิคอนดักเตอร์ล้นตลาด เหตุจากการล้นตลาดเนื่องมาจากการผลิตชิปเพื่อทดแทนการขาดแคลนในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19
อีกทั้งยังมีผลมาจากการตกลงอย่างรุนแรงของราคาคริปโทเคอร์เรนซี และส่งผลทำให้นักขุดนำการ์ดจอออกมาขายทอดตลาดนั่นเอง
ทางด้าน Gaurav Gupta (เการาฟ กุปตา) ซึ่งเป็นนักวิเคราะห์จาก Gartner ได้ออกมาระบุเช่นกันว่า ภาวะชิปล้นตลาดนี้ส่งผลกระทบต่อรายได้ของอุตสาหกรรมผลิตชิปอย่างกว้างขวางไม่เพียงแค่ Intel เท่านั้น!
Pat Gelsinger (แพต เกลซิงเจอร์) ยังได้ระบุว่านอกจากบริษัท Intel จะมีการปรับลดพนักงานลงแล้ว ยังได้มีแผนการจะลดชั่วโมงการทำงานของพนักงานบางรายด้วย
และที่สำคัญหวังว่าจะต้องลดรายจ่ายรายปีไม่น้อยกว่า 8,000 ล้านเหรียญ - 10,000 ล้านเหรียญ (หรือประมาณ 300,000 ล้านบาท - 378,000 ล้านบาท) โดยมีแผนกำหนดจะต้องเสร็จภายในปี 2025 นั่นเอง
บริษัท Intel ตั้งเป้าไว้ว่าจะลดรายจ่ายประมาณ 3,000 ล้านเหรียญ (หรือประมาณ 113,580 ล้านบาท) ให้แล้วเสร็จภายในปีหน้า!
เกลซิงเจอร์ ยังให้เหตุผลไว้อีกว่า ต้นทุนที่เกิดจากการจ้างบุคลากรนั้นถือว่าเป็นส่วนน้อยนิด ซึ่งรายจ่ายทั้งหมดของบริษัทส่วนใหญ่จะเสียไปกับการตั้งอาคารสถานที่และโรงงานใหม่ๆ เช่น โรงงานใหม่ที่ตั้งอยู่ในรัฐโอไฮโอ โดย Intel ใช้เงินกว่า 20,000 ล้านเหรียญในการสร้าง (หรือประมาณ 757,000 ล้านบาท)
อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้มีแค่เพียงบริษัท Intel เท่านั้น แต่ที่ผ่านมาได้ไม่นานยังมีบริษัท Microsoft บริษัท TWITTER บริษัท Seagate บริษัท Snap และบริษัท Meta ที่มีแผนจะลดพนักงานจำนวนมากเช่นกัน
นับว่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาบริษัทต่างๆ ต่างปลดพนักงานกันเป็นจำนวนมาก เนื่องด้วยเหตุผลจากพิษเศรษฐกิจ หรือการเข้ามาของเทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุนในการผลิต มีความแม่นยำ และช่วยย่นเวลาได้ แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร และแนวโน้มในอนาคตข้างหน้าจะเป็นเช่นไร รอติดตามกันต่อไปครับ
-Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO รับทำการตลาดออนไลน์ รับทำโฆษณา Facebook รับทำเว็บไซต์ ขอนแก่น และรับทำเว็บไซต์ทั่วประเทศ—