28 มีนาคม 2567 ครีเอทีฟด้านการสื่อสารทางการตลาดออนไลน์ และการออกแบบเว็บไซต์
รายละเอียดต้นทุนการโฆษณาบน FACEBOOK (FACEBOOK ADS)

สำหรับต้นทุนการโฆษณาบน Facebook อาจแตกต่างกันไปตามหลายปัจจัย เช่น ประเภทของโฆษณา กลุ่มเป้าหมาย และการแข่งขันในตลาด โดยทั่วไป ผู้โฆษณาสามารถเลือกการเรียกเก็บเงินตามการมองเห็น (CPM) หรือตามการดำเนินการ (CPA) เช่น การคลิกหรือ Conversion 

 

ต้นทุนสามารถเริ่มต้นจากเพียงไม่กี่บาทต่อการคลิกหรือต่อหนึ่งพันการแสดงผล และสามารถเพิ่มขึ้นได้ซึ่งขึ้นอยู่กับการประมูลและประสิทธิภาพของโฆษณา 

 

อย่างไรก็ตาม การกำหนดงบประมาณและการติดตามผลลัพธ์อย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้แน่ใจว่าการลงทุนมีความคุ้มค่าต่อเป้าหมายทางธุรกิจของเรานั่นเองละครับ

 

แนวโน้มการใช้โฆษณาบน Facebook ในประเทศไทย

แนวโน้มการใช้โฆษณาบน Facebook ในประเทศไทยในปี 2567 แสดงให้เห็นว่าการเข้าถึงโฆษณาของ Facebook คิดเป็น 68.3 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมดในประเทศไทย 

 

และเมื่อพิจารณาเฉพาะกลุ่มประชากรที่ Facebook อนุญาตให้ใช้งาน (อายุ 13 ปีขึ้นไป) คิดเป็น 78.4 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ YouTube ในประเทศไทย โดยมีผู้ใช้งาน YouTube ประมาณ 44.20 ล้านคน ในต้นปี 2024

 

ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าแม้แต่ละแพลตฟอร์มจะมีการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาที่แตกต่างกัน แต่ Facebook ยังคงเป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับการโฆษณาและการตลาดในประเทศไทย 

 

นอกจากนี้ การเติบโตของ TikTok และ YouTube ก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าสื่อโซเชียลมีเดียยังคงมีบทบาทสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมและการโต้ตอบกับผู้บริโภคในประเทศไทย

 

การกำหนดราคาโฆษณาบน Facebook ทำงานอย่างไร

ต้นทุนการโฆษณาบน Facebook ในประเทศไทยมีโครงสร้างตามงบประมาณการโฆษณาของเรา โดยมีแพ็กเกจที่ปรับแต่งให้เหมาะสมกับระดับงบประมาณที่แตกต่างกัน 

 

ค่าธรรมเนียมการจัดการสำหรับแพ็กเกจเหล่านี้ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แพ็กเกจจะแตกต่างกันไปในแง่ของเครดิตการโฆษณา ระยะเวลา และค่าใช้จ่ายรายเดือน โดยให้ความยืดหยุ่นแก่ธุรกิจตามความต้องการในการโฆษณาและความสามารถทางการเงิน

 

การกำหนดราคาโฆษณาบน Facebook ใช้ระบบประมูล เพื่อตัดสินใจว่าโฆษณาใดควรแสดงให้กับผู้ใช้ ระบบนี้ประกอบด้วยส่วนประกอบหลักๆ ดังต่อไปนี้:

 

1. Advertiser Bid (การเสนอราคาของผู้โฆษณา):

ผู้โฆษณากำหนดวงเงินที่พวกเขายินดีจ่ายสำหรับการแสดงโฆษณาหรือการดำเนินการที่ผู้ใช้ทำกับโฆษณา เช่น การคลิก การดาวน์โหลด หรือการเข้าชมหน้า landing page

 

2. Estimated Action Rates (อัตราการดำเนินการที่คาดหวัง):

Facebook ประเมินว่าผู้ใช้จะมีการตอบสนองต่อโฆษณานั้นอย่างไร ซึ่งรวมถึงโอกาสที่ผู้ใช้จะดำเนินการที่โฆษณาต้องการ เช่น การคลิกหรือการซื้อ อัตรานี้มีการคำนวณจากประวัติของการโต้ตอบกับโฆษณาประเภทนี้ในอดีต

 

3. Ad Quality and Relevance (คุณภาพและความเกี่ยวข้องของโฆษณา):

Facebook ประเมินคุณภาพของโฆษณาจากการตอบรับของผู้ใช้ โฆษณาที่มีการโต้ตอบเชิงบวกสูง อย่างเช่น ไลค์ คอมเมนต์ หรือแชร์ จะถือว่ามีคุณภาพสูง 

 

นอกจากนี้ ความเกี่ยวข้องของโฆษณากับกลุ่มเป้าหมายยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญ โฆษณาที่สอดคล้องกับความสนใจและพฤติกรรมของผู้ใช้จะมีโอกาสแสดงสูงกว่า

 

ดังนั้นระบบประมูลของ Facebook นั้นมีความซับซ้อนและพิจารณาจากหลายปัจจัย เพื่อให้แน่ใจว่าทั้งผู้ใช้และผู้โฆษณาได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด 

 

การเข้าใจถึงปัจจัยเหล่านี้สามารถช่วยให้ผู้โฆษณาในประเทศไทย หรือที่ไหนก็ตาม วางแผนและปรับปรุงแคมเปญโฆษณาของตน

 

10 ปัจจัยที่ส่งผลต่อต้นทุนการโฆษณาบน Facebook

การทำความเข้าใจปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อต้นทุนของโฆษณาบน Facebook สามารถช่วยให้เราปรับกลยุทธ์การโฆษณาให้เหมาะสมและใช้ประโยชน์สูงสุดจากงบประมาณของเราได้

1. กลุ่มเป้าหมาย (Target Audience): การเลือกกลุ่มเป้าหมายที่แคบมากหรือแข่งขันสูงอาจทำให้ต้นทุนสูงขึ้น เพราะผู้โฆษณาหลายรายอาจพยายามเข้าถึงกลุ่มคนเดียวกัน

 

2. คุณภาพโฆษณา (Ad Quality): โฆษณาที่มีคุณภาพสูง ดึงดูดสายตา และมีส่วนร่วมมากจะมีค่าใช้จ่ายต่อการแสดงผล (CPM) ที่ต่ำกว่า เพราะ Facebook ให้รางวัลแก่โฆษณาที่มีประสิทธิภาพดี

 

3. ตำแหน่งโฆษณา (Ad Placement): ตำแหน่งโฆษณาบนหน้าฟีด, คอลัมน์ขวา, หรือใน Stories มีผลต่อต้นทุน บางตำแหน่งอาจมีต้นทุนสูงขึ้นเนื่องจากมีพื้นที่จำกัดและการแข่งขันสูง

 

4. กลยุทธ์การเสนอราคา (Bidding Strategy): การเลือกกลยุทธ์การเสนอราคา เช่น Cost Per Click (CPC), Cost Per Impressions (CPM), หรือ Conversion สามารถส่งผลต่อต้นทุนการโฆษณาของเรา

 

5. งบประมาณโฆษณา (Ad Budget): การกำหนดงบประมาณโฆษณาที่สูงขึ้นอาจช่วยให้ได้ปริมาณการเข้าชมมากขึ้น แต่ก็อาจเพิ่มต้นทุนรวมเช่นกัน

 

6. วัตถุประสงค์โฆษณา (Ad Objective): วัตถุประสงค์ของโฆษณา เช่น การเพิ่มการรับรู้ถึงแบรนด์ หรือการเพิ่มยอดขาย สามารถมีผลต่อต้นทุนการโฆษณา เนื่องจากบางเป้าหมายอาจยากกว่าที่จะบรรลุ

 

7. อุตสาหกรรม (Industry): อุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูงมักมีต้นทุนโฆษณาสูง เนื่องจากมีผู้โฆษณาจำนวนมากที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน

 

8. ฤดูกาลแห่งปี (Seasonality): เวลาในปี เช่น ช่วงวันหยุดหรือโปรโมชั่นพิเศษสามารถมีผลต่อต้นทุนโฆษณา เนื่องจากอาจมีผู้โฆษณาจำนวนมากพยายามเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในช่วงเวลาเดียวกัน

 

9. เวลาของวัน (Time of Day): เวลาในวันที่โฆษณาถูกแสดงสามารถส่งผลต่อต้นทุน โดยช่วงเวลาที่มีการใช้งาน Facebook สูงอาจมีต้นทุนการแสดงผลที่สูงขึ้นเนื่องจากการแข่งขันเพิ่มขึ้น

 

10. ประเทศ (Country): ต้นทุนโฆษณาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ เนื่องจากปัจจัยต่างๆ เช่น ความแข็งขันของตลาด, อัตราการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน และพฤติกรรมผู้ใช้

 

ดังนั้น การทำความเข้าใจถึงปัจจัยเหล่านี้และวิธีที่พวกมันส่งผลต่อต้นทุนโฆษณาบน Facebook จะช่วยให้เราสามารถวางแผนแคมเปญโฆษณาของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และปรับให้เหมาะสมกับงบประมาณและเป้าหมายของธุรกิจ

 

ค่าโฆษณาบน Facebook เท่าไหร่

ค่าโฆษณาบน Facebook ในประเทศไทยอาจแตกต่างกันอย่างมากตามปัจจัยหลายอย่าง เช่น กลุ่มเป้าหมาย ตำแหน่งโฆษณา และวัตถุประสงค์ของแคมเปญ 

 

โดยทั่วไปแล้วต้นทุนอาจเริ่มต้นที่ไม่กี่บาทต่อการคลิก (CPC) หรือหลายร้อยบาทต่อการแสดงผลหนึ่งพันครั้ง (CPM) ซึ่งขึ้นอยู่กับความแข่งขันในตลาดและปัจจัยอื่นๆ 

 

ดังนั้นการตั้งงบประมาณและปรับใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญในการควบคุมต้นทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับเป้าหมายของเราครับ

 

ต่อไปนี้คือค่าโฆษณาบน Facebook ปี 2567 อ้างอิงจากราคา $ ซึ่งไม่ใช่ราคาในประเทศไทย:

 

1. ราคาต่อหนึ่งคลิกโดยเฉลี่ย (CPC): CPC เฉลี่ยของ Facebook ในเดือนมีนาคม 2567 อยู่ที่ 0.778 USD ซึ่งหมายความว่า โดยเฉลี่ยแล้ว ธุรกิจจะจ่ายเงินประมาณ 50-60 เซ็นต์ในแต่ละครั้งที่มีคนคลิกโฆษณาของตนบน Facebook 

ข้อมูลต้นทุนโฆษณา Facebook ที่อัปเดตอยู่เสมอจากการใช้จ่ายหลายร้อยล้านต่อเดือน: ราคาต่อหนึ่งคลิกโดยเฉลี่ย (CPC)

 

2. ราคาเฉลี่ยต่อการแสดงผล 1,000 ครั้ง (CPM): CPM เฉลี่ยของ Facebook ในเดือนมีนาคม 2567 อยู่ที่ 10.56 ดอลลาร์ ซึ่งหมายความว่าธุรกิจต่างๆ จะจ่ายเงินระหว่าง 10 ถึง 11 เหรียญสหรัฐฯ สำหรับการแสดงโฆษณาทุกๆ 1,000 ครั้ง ไม่ว่าจะได้รับการคลิกกี่ครั้งก็ตาม

ข้อมูลต้นทุนโฆษณา Facebook ที่อัปเดตอยู่เสมอจากการใช้จ่ายหลายร้อยล้านต่อเดือน: ราคาเฉลี่ยต่อการแสดงผล 1,000 ครั้ง (CPM)

 

3. ราคาต่อการมีส่วนร่วมโดยเฉลี่ย (CPE): CPE เฉลี่ยของ Facebook ในเดือนมีนาคม 2567 อยู่ที่ 0.077 USD 

ข้อมูลต้นทุนโฆษณา Facebook ที่อัปเดตอยู่เสมอจากการใช้จ่ายหลายร้อยล้านต่อเดือน: ราคาต่อการมีส่วนร่วมโดยเฉลี่ย (CPE)

 

4. ราคาต่อลูกค้าเป้าหมายโดยเฉลี่ย (CPL): CPL ของ Facebook โดยเฉลี่ยในเดือนมีนาคม 2567 อยู่ที่ 7.85 ดอลลาร์

ข้อมูลต้นทุนโฆษณา Facebook ที่อัปเดตอยู่เสมอจากการใช้จ่ายหลายร้อยล้านต่อเดือน: ราคาต่อลูกค้าเป้าหมายโดยเฉลี่ย (CPL)

 

5. ราคาต่อการติดตั้งโดยเฉลี่ย (CPI): CPI เฉลี่ยของ Facebook ในเดือนมีนาคม 2567 อยู่ที่ 2.64 ดอลลาร์

ข้อมูลต้นทุนโฆษณา Facebook ที่อัปเดตอยู่เสมอจากการใช้จ่ายหลายร้อยล้านต่อเดือน: ราคาต่อการติดตั้งโดยเฉลี่ย (CPI)


 

 

 

---Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO รับทำการตลาดออนไลน์ รับทำโฆษณา Facebook รับทำเว็บไซต์ ขอนแก่น และรับทำเว็บไซต์ทั่วประเทศ

ข้อมูลจาก: นักเขียนนิรนาม