เมื่อไม่นานมานี้ยุโรปได้ลงมติบังคับให้บริษัทต่างๆ ผลิตอุปกรณ์ใช้สายชาร์จตามมาตรฐาน USB Type-C รวมไปถึง iPhone ด้วย ภายในปี 2024
บริษัททั่วโลกกำลังเร่งและหันมาพัฒนาหัวชาร์จ USB-C รุ่นใหม่ โดยได้มีการปรับมาใช้ USB-C ที่เป็นพอร์ตจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ต่างๆ โดยมีเป้าหมายในการลดขยะอิเล็กทรอนิกส์และลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้บริโภค
โดยการลงมติในครั้งนี้รัฐสภายุโรปและคณะรัฐมนตรีได้บรรลุข้อตกลงชั่วคราว ระหว่างคณะกรรมการยุโรปกับอีก 27 ประเทศในเครือสหภาพยุโรปโดยผ่านร่างกฎหมายใหม่
กฎข้อตกลงดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในช่วงต้นปี 2023 และต้องแก้ไขอุปกรณ์ที่จะวางจำหน่ายให้แล้วเสร็จภายในช่วงก่อนสิ้นปี 2024 เพื่อให้สามารถวางจำหน่ายอุปกรณ์ในประเทศหรือสหภาพยุโรปได้
ในส่วนของอุปกรณ์ขนาดใหญ่เช่น แล็ปท็อป ไม่ต้องเป็นกังวลใจไปเพราะจะมีการยืดเวลาให้ไปถึงปี 2026
ขณะเดียวกันปัจจุบันนี้ Apple ก็ได้หันมาทำการทดสอบ iPhone รุ่นใหม่ๆ โดยการปรับมาใช้สายชาร์จแบบ USB-C ตามมาตรฐานแทนสายชาร์จแบบ Lightning ที่ได้ใช้กันมานานแล้ว
ทั้งนี้รัฐสภายุโรปได้ลงมติผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวแล้วด้วยคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น ได้แก่
- มี 602 คน ที่โหวตเห็นด้วย
- มี 13 คน ที่โหวตไม่เห็นด้วย
- มี 8 คน งดออกเสียง
นับว่าเป็นอีกเรื่องที่ดีที่จะสามารถช่วยลดขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังประหยัดค่าใช้จ่ายราว 250 ล้านยูโร (ประมาณ 9,288 ล้านบาท) ต่อปี ซึ่งผู้บริโภคไม่ต้องซื้อที่ชาร์จสำหรับอุปกรณ์ของแต่ละเครื่องเพิ่มเติมอีก
--Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO รับทำการตลาดออนไลน์ รับทำโฆษณา Facebook รับทำเว็บไซต์ ขอนแก่น และรับทำเว็บไซต์ทั่วประเทศ—
ข้อมูลจาก : interestingengineering / tnnthailand