01 มิถุนายน 2564
โมเดล 4A ปรับแผนกลยุทธ์ เอาชนะโควิด

‘โมเดล 4 A’ เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ทาง ‘บลูบิค’ (Bluebik) เป็นบริษัทผู้ให้บริการที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์, การจัดการด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยี ได้เสนอแนะให้องค์กรนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อเป็นทางรอด  “โมเดล 4A” ได้เชื่อว่าเป็นตัวที่ช่วยพยุงธุรกิจ ที่จะเอาชนะโควิดระลอกใหม่ได้ 

โมเดล 4A ของบลูบิค ประกอบด้วย 
1. Assess ประเมินศักยภาพ และความพร้อมด้านเงินทุน, เทคโนโลยี 
เป็นขั้นตอนแรกในการเอาตัวรอดของธุรกิจ โดยเฉพาะความพร้อม 3 ด้าน อย่างแรก คือ เงินทุน เงินสด และระยะเวลา ที่สามารถดำเนินกิจการโดยไม่มีรายได้เข้ามาหมุนเวียน เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง 

2. Alleviate หาแนวทางบรรเทาผลกระทบ เพื่อต่อยอดธุรกิจด้วยการยืดหยุ่นค่าใช้จ่าย และหาแหล่งเงินทุนสำรอง การปรับลดต้นทุนการดำเนินงาน เพื่อรักษากระแสเงินสดไว้ให้นานที่สุด เป็นหลักการสำคัญในการประคองธุรกิจท่ามกลางภาวะวิกฤต โดยควรดำเนินการควบคู่กับการมองหาแหล่งเงินทุนใหม่ๆ เพื่อรองรับสถานการณ์ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้น

3. Adjust ปรับตัวให้รอดพ้นจากวิกฤต ด้วยการปรับเปลี่ยนสินค้าบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการ ภาวะวิกฤติทำให้พฤติกรรมการใช้จ่ายของลูกค้าเปลี่ยน กำลังซื้อลด เกิดการมองหาสินค้าและบริการที่คุ้มค่าสูงมาทดแทน ธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อไม่ให้สูญเสียโอกาสในการสร้างรายได้ เช่น ลดราคาสินค้า จัดแคมเปญการตลาด ต้องประยุกต์ใช้ข้อมูล และนำ data มาวิเคราะห์ลูกค้า จะทำให้ธุรกิจสามารถตัดสินใจ เพื่อวางกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก

4. Augment เสริมความแข็งแกร่งในการดำเนินงานผ่านการลงทุนเทคโนโลยี จ้างงานบุคลากรคุณภาพ และขยายฐานลูกค้าใหม่ เมื่อวิกฤตคลี่คลายแล้ว และกำลังซื้อเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ควรเร่งสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันก่อนธุรกิจอื่น พร้อมทั้งเสริมความแข็งแกร่งด้วยการมองหาแหล่งรายได้ใหม่จากทั้งลูกค้ากลุ่มใหม่ และกลุ่มที่มีอุปสงค์ในสินค้าหรือบริการนั้น

ส่วนธุรกิจที่ยังไม่มีความพร้อมสำหรับการลงทุนทุกด้านในช่วงเวลาเดียวกัน อาจเริ่มจากการลงทุนในส่วนที่จะเสริมศักยภาพการดำเนินงานให้กับธุรกิจได้มากที่สุดเป็นลำดับแรก จากนั้นจึงทยอยลงทุนให้ครบถ้วน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจนั่นเอง 

พชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของบลูบิค ได้กล่าวไว้ว่า “กุญแจสำคัญของการเอาชนะวิกฤติ คือ พร้อมปรับตัวให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ธุรกิจฟันฝ่าความท้าทาย และได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ควรต่อยอด แสวงหาโอกาสใหม่ๆ จาก New S-Curve เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนองค์กรในอนาคต”