เมื่อเริ่มเข้าสู่ยุคใหม่ แน่นอนว่าย่อมมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งในเรื่องการทำงาน และการใช้ชีวิต ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนโจทย์และความท้าทายของบุคลากรในองค์กรที่ต่างออกไปจากเดิม หลายคนต้องเผชิญกับกระบวนการทำงานที่เปลี่ยนไป บทบาทการทำงานแบบใหม่ ต้องประชุม ประสานงานกันผ่าน virtual meeting จึงส่งผลให้คนจำนวนไม่น้อยที่จะอยากพัฒนาเพิ่มทักษะด้วยตัวเองมากขึ้นเพื่อขับเคลื่อนความสามารถทางด้านเทคโนโลยี และไขว่คว้าโอกาสใหม่ๆ
4 ข้อนี้ เราได้รวบรวมมาเพื่อการรับมือกับวิกฤตที่เกิดขึ้น มีดังนี้
- 1. การเรียนรู้แบบ Just in Time
ทุกวันนี้ คำว่า Just in time ได้เกิดขึ้นแล้ว เมื่อความเร็วเข้ามามีบทบาทกับการทำงาน ธุรกิจอุตสาหกรรมต้องปรับตัว บทบาทการทำงานเปลี่ยน ร้านค้าไม่สามารถเปิดร้านได้ ขายหน้าร้านไม่ได้เหมือนเดิม คนจึงเริ่มตระหนักว่าเราต้องเริ่มพัฒนา skillset อะไร หลายคนลุกขึ้นมาเรียนแบบ Just in time เรียนขายของ ลงโฆษณาบน Facebook เรียนทำอาหาร เรียนตัดต่อวิดิโอรีวิว ทำทุกอย่างบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยที่ไม่ต้องมีเจ้านาย หรือคนมาบอกว่าวันนี้ต้องเรียนอะไร แต่ละคนลุกขึ้นมาเรียนเอง แล้วนำไปลองลงมือทำเองมากขึ้น
- 2.การเรียนรู้ที่มุ่งเน้นเป้าหมาย (Purpose-driven)
ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น ทำให้เห็นได้ชัดขึ้นว่าโลกกำลังเปลี่ยนไป ไม่มีความแน่นอนอีกต่อไป สิ่งที่ทำอยู่ ประสบการณ์ที่สั่งสมมา ความรู้ที่เรียนมาไม่สามารถตอบโจทย์โลกยุคนี้ได้อีกต่อไปแล้ว คนเริ่มมองไปไกลขึ้นว่า หากอยากจะทำอาชีพนี้ต่อ ต้องทรานส์ฟอร์มตัวเองอย่างไร ต้องอัพเกรดทักษะไหน อย่างงาน data science, project management, digital marketing และ sales ที่ต้องปรับตัวมาอยู่ในระบบ อยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้นได้ ดังนั้น คนเริ่มวางแผนและมองระยะไกลขึ้น ว่าอยากจะทำอะไร เป็นอะไร และรักษางานในอาชีพไหนต่อ ทักษะอะไรที่จะมาตอบโจทย์ เตรียมตัวเองให้พร้อมรับมือและฝ่าคลื่นดิสรัปชันลูกต่อๆ ไป
- 3. การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Truly Blended)
เมื่อสถานการณ์โควิด พฤติกรรมของคนทั่วโลกอยากพัฒนาตนเองมากที่สุดในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น จึงลุกขึ้นมาควักกระเป๋าและจ่ายเงินหาคอร์สเรียนเอง โดยในช่วงที่มีกาปิดเมืองจีน กว่า 70% ของประชากรในประเทศจีนตื่นตัวในการเรียนรู้ วิ่งไปสู่ Blended Learning และกว่า 68% ของคนในประเทศสหรัฐอเมริกาก็ลุกขึ้นมาหาคอร์สพัฒนาทักษะเรียนรู้แบบผสมผสาน เพราะกลัวตนเองจะตกงาน และสูญเสียรายได้ ทำให้การเรียนรู้มีมิติมากกว่าในอดีต คนไม่จำเป็นต้องนั่งเรียนออนไลน์อย่างเดียวแล้ว แต่ในวันนี้ มีแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ที่รวมรูปแบบการเรียนหลากหลายทั้ง ห้องเรียนเสมือนจริง แบบ webinars สามารถทำแบบประเมินวัดความเข้าใจออนไลน์ มีการโค้ชติวตัวต่อตัว ที่แม้จะอยู่บ้านแต่ก็สามารถสัมผัสประสบการณ์การเรียนได้ไม่ต่างจากไปเรียนในห้องเรียน
ในโลกดิจิตัล การเรียนรู้ไม่ได้จำกัดแค่เรียนในห้องเรียนอีกต่อไปแล้ว แต่คนมองหาการเรียนรู้ multichannel ที่สามารถเข้าถึงรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลายได้ ไม่ว่าจะเป็น podcast หรือรูปแบบการเรียนผ่านเกม (gamification learning) ที่ทำให้คนรู้สึกมีส่วนร่วม และสนุกไปกับการเรียนรู้
- 4.การพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะเก่งรอบด้าน (T-Shape Development)
จะเห็นได้ชัดว่า จากวิกฤตโควิด-19 คนไม่ได้รอการผลักดันให้เข้าเรียนอีกต่อไป แต่กลับกระตุ้นตนเองขึ้นมาอัพเดตทักษะใหม่ๆ คิดสิ่งใหม่ ลองทำสิ่งใหม่ๆ ดังนั้น เทรนด์การเรียนรู้ที่กำลังมาแรงและตอบโจทย์คนยุคใหม่ได้ คือ การเรียนรู้ให้เร็ว เรียนเดี๋ยวนี้ ใช้พรุ่งนี้ (Just in time Learning) การเรียนที่เพิ่มทักษะใหม่ เปิดโอกาสรับอาชีพใหม่ที่ตอบโจทย์อนาคต (purpose-driven) และสุดท้าย คนในยุคทุกวันนี้ไม่เชื่อว่าการเรียนรูปแบบเดียวจะได้ผลลัพธ์ที่ดีเหมือนเดิมแล้ว แต่ต้องเป็น Blended Learning การเรียนรู้ที่ผสมผสานหลากหลายรูปแบบเข้าด้วยกันถึงจะตอบโจทย์และโดนใจที่สุด เพราะในวันนี้การที่จะรู้ลึกอย่างเดียวนั้นไม่พอ ต้องรู้กว้างด้วย เพื่อที่จะคว้าโอกาสใหม่ๆ ได้ก่อนใคร
ที่มา : techsauce