การทำการตลาดในแต่ละ Platform ก็จะขึ้นอยู่ความสามารถในแต่ละ Platform นั้นๆ ด้วย เพราะด้วยปัจจัยด้านการลงทุนในแต่ละขนาดของธุรกิจนั้นก็มักจะมีความแตกต่างกันเพื่อให้เป้าหมายของตนเองสำเร็จ แน่นอนว่าถ้าหากเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ก็ต้องมีเงินในการลงทุนอย่างมากมหาศาล เช่นกันถ้าเป็นธุรกิจขนาดเล็กก็ย่อมมีงบประมาณจำกัด และต้องเสือก Platform ที่้เหมาะสมและได้ประโยชน์สูงสุดในการทำการตลาดในแต่ละครั้งด้วย
เมื่ออยู่ในยุคที่การสื่อสารทางการตลาดคือสิ่งที่สำคัญ การทำการตลาดทางสื่อจึงจำเป็นต้องเลือกให้มีความเหมาะสมและคุ้มค่ามากที่สุด ดังนั้นการที่เราจะรู้ว่าธุรกิจของเราจะต้องทำการตลาดแบบไหนนั้นสำคัญมาก อีกทั้งประกอบกับเป็นยุคที่มีผู้ใช้ Smart Phone กันอย่างแพร่หลาย ส่งผลให้มีการใช้ Social Media ในการสื่อสาร และสามารถใช้สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายในช่องทางนี้ได้เช่นกัน
คำแนะนำของ Platform ต่อไปนี้ จะช่วยให้เราสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการทำการตลาดทางโซเชียลมีเดียได้ง่ายขึ้น โดยจะยกเป็น Platform ส่วนใหญ่ที่คนในประเทศไทยได้เลือกใช้งานและเป็นที่นิยมมากที่สุด มีดังต่อไปนี้
Facebook
Platform ที่สามารถประกาศตัวตนของตนเองได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งสามารถเลือกที่จะสื่อสารต่อกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้ไม่จำกัดตัวอักษร ดังนั้นแบรนด์สามารถเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและแบรนด์ได้อย่างเต็มที่ สามารถให้ข้อมูลที่เป็นรูปแบบต่างๆ ได้ เช่น ภาพ วิดีโอ หรือการใส่ Emoji ไฟล์ Gif ที่นิยมในปัจจุบัน และข้อความที่ยาวเกินไปก็ทำให้ข้อความหรือ Content นั้นๆ ถูกละเลยและไม่ให้ความสนใจจากผู้ชมได้อย่างง่ายดาย อย่าลืมว่าข้อดีของ Facebook สามารถเป็นเครื่องมือในการโฆษณาได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเฉพาะเจาะจง ดังนั้นเนื้อหาควรกระชับและสามารถดึงดูดใจได้ ประกอบกับรูปภาพที่สอดคล้องกับเนื้อหาข้อมูลนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามความสามารถของ Facebook นี้ตอนนี้จะถูกจำกัดเป็เนครื่องมือที่ตั้งรับอย่างมาก เพราะคนทำแบรนด์จะไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าใครกำลังพูดอะไรเกี่ยวกับแบรนด์เราอยู่ใน Facebook ซึ่งทำให้ Facebook เหมาะกับการใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างชุมชนหรือปฏิสัมพันธ์กับคนที่สนใจแบรนด์ขึ้นมา
Twitter
Platform ที่เป็นในรูปแบบประเภทข้อความสั้น โดยในปัจจุบันขณะนี้วัยรุ่นในประเทศไทยได้ใช้ Platform นี้เป็นส่วนใหญ่ เพราะด้วยเหตุผลที่ว่าผู้ใหญ่ ผู้ปกครองยังไม่นิยม อีกทั้งเป็นการหนีจากการเล่น Facebook ที่อาจจะมีผู้ปกครองเล่นอยู่ อีกทั้งการเล่นทวิตเตอร์ของวัยรุ่นไทยเป็นการตามศิลปินต่างประเทศ โดยเฉพาะศิลปินเกาหลีที่ใช้ Twitter พูดคุยกับแฟนคลับ อีกทั้งเป็นการทให้แฟนคลับสามารถเข้าถึงศิลปินได้อย่างง่ายดายขึ้น เมื่อนำช่องทางนี้ทำการตลาดการสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้นจากการค้นหาตามข้อความทวีต หรือการใช้แฮชแท็ก (#) นอกจากนี้ Twitter ยังมีการใช้ tag เป็นเรื่องปกติ ซึ่งสามารถนำมาสร้างกระแสและสร้างการบอกต่อจนกลายเป็นไวรัลในสื่อ Platform ได้ทันที
Youtube
Platform ในรูปแบบของวิดีโอ แต่จะแตกต่างจาก Facebook เพราะว่า Video ใน Facebook ส่วนใหญ่จะเน้นดูเพื่อความบันเทิง หรือเป็นการบังเอิญเจอจากการแชร์ของเพื่อนใน Facebook หรือเป็นการแชร์จากแฟนเพจที่เราติดตามอยู่นั่นเองโดยไม่ได้เป็นการตั้งใจดูโดยแท้จริง และจะต่างจาก Youtube ตรงที่การเข้าใช้งานในนั้นจะเป็นการตั้งใจเข้ามาดูวิดีโอโดยตรง โดยมีความต้องการที่จะดู Video และต้องการให้ Video ตอบโจทย์ปัญหาหรือความต้องการตัวเอง ณ ขณะนั้นให้ได้ การที่เข้าไปอยู่ในนี้จึงสามารถจับคนที่กำลังมี moment of problem หรือ moment of need ในช่วงเวลานั้นได้พอดี นักการตลาดที่อยู่ในนี้จะสามารถใช้ Platform นี้ช่วยเสริมยอดขายและแก้ปัญหาต่างๆ ของคนที่เข้ามาค้นหาได้ทันที
Instagram
Platform ที่เกี่ยวกับภาพถ่าย เป็นการใช้ภาพถ่ายในการเล่าเรื่องหรือบ่งบอก การแสดงความเป็น Branding หรือ Mood & tone ของแบรนด์ข้อดีของ Instagram คือการใช้ Tag แบบเดียวกับ Twitter ที่สามารถเชื่อมคนด้วย Tag ได้ หรือสามารถใช้ User Generated Content ของแบรนด์มาสร้างตัวตนภาพของแบรนด์ขึ้นมาได้อีกด้วย ซึ่งถ้า SME เป็นแบรนด์ Lifestyle หรือถ้าสร้างแบรนด์ผ่านภาพถ่ายได้จะเหมาะกับ Platform นี้มาก
ที่มา : marketingoops