สาเหตุที่การตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (E-MARKETING) ไม่ประสบผลสำเร็จ


อาจมีหลายเหตุผลและหลายปัจจัยที่ทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จในการทำการตลาด แต่จะมีใครทราบสาเหตุที่แท้จริงบ้างว่ามีอะไรบ้าง สำหรับวันนี้จะพามาดูสาเหตุที่ทำให้การตลาดอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Marketing ไม่ประสบความสำเร็จ หรือใครที่อาจจะกำลังทำวิธีการเหล่านี้อยู่ ก็จะได้ปรับเปลี่ยนวิธีการและแก้ไขการทำการตลาดที่ได้ทำอยู่อย่างทันท่วงที 

1.ใช้สื่ออออนไลน์เพียงสิ่งเดียวในการติดต่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น การใช้โฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ในเว็บของตนเอง และผ่านเว็บอื่นเพียงเท่านั้น ซึ่งเป็นการสื่อสารกันเฉพาะกลุ่มที่รู้จักอินเทอร์เน็ต และการที่ไม่ได้ใช้สิ่งอื่นนอกจากอินเทอร์เน็ต (Offline communication) ส่งผลให้อาจจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ไม่ทั่วถึง

2.การไม่ใช้เว็บไซต์อย่างจริงจัง เพระบางธุรกิจนั้นเปิดเว็บไซต์ขึ้นมาตามกระแสเพียงเท่านั้น ตัวอย่างที่ดีคือ มีบริษัทหนึ่งที่เป็นบริษัทค้าปลีกของเล่นที่ใหญ่มากในระบบค้าปลีก แต่เมื่อมาอยู่ในระบบ E-Commerce กลับล้มเหลวไม่เป็นท่า แต่เมื่อเทียบกับบริษัทของเล่นอีกบริษัทหนึ่งที่เริ่ต้นสร้างเว็บไซต์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นแค็ตตาล็อกออนไลน์ จึงจัดสรรงบประมาณและบุคลากรได้จำกัด ส่งผลให้ประสบความสำเร็จในเวลาต่อมา

3.ขาดความเป็นมืออาชีพในการทำงาน บุคลากรด้านต่างๆ อาจจะไม่ถนัด E-Commerce แต่มีหน้าที่อื่นที่ต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับระบบการค้าแบบดั้งเดิมควบคู่กันไปด้วย ก็อาจทำให้เกิดเป็นความพร้อม ขาดทักษะ และความชำนาญ

4.ไม่ยอมปรับกลยุทธ์ใหม่ๆ หรือมีการรับสิ่งใหม่ที่ช้าเกินไป เพราะการตลาดระบบ E-Commerce นั้นเป็นกลยุทธ์การตลาดแบบเชิงรุก การแข่งขันทางเทคโนโลยีนั้นจะสนับสนุนตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงส่งผลให้การตลาดบนเว็บไซต์นั้นล้าสมัยเร็วมาก ถ้าหากไม่คอยเช็คอย่างสม่ำเสมอก็อาจทำให้เสียลูกค้าได้

5.หลงไปกับความเร็วของเทคโนโลยีจนลืมทำการตลาด อาจจะใส่ทุกอย่างเข้าไปในเว็บไซต์เพื่อแสดงให้เห็นถึงความทันสมัยแต่แท้จริงแล้วเมื่อใส่ทุกอย่างลงไปก็อาจทำให้เว็บไซต์นั้นโหลดช้าและส่งผลให้ผู้ใช้งานปิดเว็บไซต์ลงไปได้ เช่นเดียวกันกับรายการทีวีหรือโฆษณาทางทีวีที่ไม่น่าสนใจ คนก็กดเปลี่ยนรีโมทได้ทันทีเช่นกัน อย่าลืมว่าข้อมูลก็เป็นส่วนสำคัญที่ลูกค้าจะสนใจมากกว่าเทคโนโลยี

6.ใช้การตลาดแบบเหวี่ยงแห (Mass Marketing) ใช้แทนการตลาดแบบเฉพาะกลุ่ม (Segment หรือ Niche Marketing) 
นั่นก็คือ หลายบริษัทที่เปิดใหม่นั้นมักจะเริ่มต้นด้วยการให้มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของตนเองให้มากที่สุด จึงส่งผลให้ใส่ทุกสิ่งทุกอย่างลงไปในหน้าเว็บโดยที่ไม่มีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน ดังนั้นควรมีเป้าหมายที่ชัดเจนเพื่อให้ผู้ที่เข้าชมนั้นเป็นกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงนั่นเอง

7.อัดแน่นด้วยข้อมูลต่างๆ มากเกินไป เพราะข้อมูลส่วนใหญ่นั้นไม่ได้มีความจำเป็นสำหรับลูกค้า ข้อมูลใดๆ ที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อบริษัทหรือไม่ได้สร้งผลกำไรก็ไม่ควรใส่ลงไป รายละเอียดของบริษัทหรือแผนผังองค์กร (Organization chart) เป็นต้น ไม่ควรจะมีอยู่บนหน้าเว็บไซต์






ที่มา : pawoot