เมื่อปัจจุบันคนเราต่างฝึกฝนและพัฒนาความสามารถของตนเองจนสามารถทำอะไรได้หลากหลายอย่าง เช่นกันกับการทำธุรกิจ ผู้ประกอบการหลายท่านอาจทำการศึกษาและหาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจอย่างมากมายมากขึ้น ซึ่งอาจแตกต่างจากสมัยก่อนอีกทั้งในปัจจุบันมีรูปแบบและตัวอย่างให้ได้เห็นกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น แน่นอนว่าการทำธุรกิจต้องอาศัยนักการตลาดที่มีประสบการณ์และมีความเป็นมืออาชีพมาช่วยในการทำธุรกิจ แต่แท้จริงแล้วเราสามารถทำการตลาดด้วยตนเองได้ เพียงแค่คิดต่าง คิดนอกกรอบ เพียงเท่านี้ความสำเร็จ ผลกำไร ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
ตัวอย่าง
หากย้อนกลับไปในยุคที่เริ่มขายเตาไมโครเวฟอย่างจริงจัง โดยขายความรวดเร็วในการทำอาหารและพุ่งเป้าไปยังกลุ่มแม่บ้าน ผลปรากฏว่ายอดขายล้มเหลว นั่นเป็นเพราะว่าในความเป็นแม่บ้านสมัยนั้นเกิดความกลัว รวมไปถึงสมัยก่อนห้องครัวนั้นมีขนาดเล็กไม่มีพื้นที่ในการวาง และสิ่งสำคัญคือค่านิยมในสมัยก่อนที่แม่บ้านกลัวว่าพ่อบ้านนั้นจะกล่าวหาว่าขี้เกียจทำอาหารด้วยการใช้อุปกรณ์สมัยใหม่ ซึ่งภาพลักษณ์ในสมัยก่อนของแม่บ้านยุคนั้นคือต้องทำอาหาร ค่อยๆ ทำอาหาร ไม่ใช่ทำแบบเร่งรีบ
เมื่อเป็นเช่นนี้นักการตลาดจึงเกิดไอเดียใหม่ โดยเน้นการขายไปที่กลุ่มผู้ชาย นั่นเป็นเพราะว่าผู้ชายชอบเทคโนโลยีและมีแนวโน้มว่าจะไปบอกให้ภรรยาซื้อ ซึ่งในช่วงแรกการใช้เตาไมโครเวฟนั้นคือการนำมาละลายอาหารแช่แข็งและอุ่นอาหารเก่า ต่อมากลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกครัวเรือนแทบจะมีติดห้อง อีกทั้งห้องครัวที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และเหตุผลเหล่านี้เองที่ทำให้สินค้ามีความน่าสนใจและทำให้เป็นสิ่งจำเป็นในครัวเรือน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะการค่านิยมรวมไปถึงการใช้ชีวิตในปัจจุบันที่ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงในอุปกรณ์การใช้งานที่แตกต่างจากในอดีต
การตลาดเช่นนี้เราเรียกว่า การตลาดแบบสร้างสรรค์ ที่คิดนอกกรอบและทำให้ผู้บริโภคเกิดความสนใจในตัวสินค้า เช่นกันหลายเจ้าของธุรกิจ SME มักจะบอกว่าไม่มีเวลาพอที่จะทำการตลาด แต่มีเวลาเซ็นใบจ่ายเงินมากกว่าใบสั่งซื้อ โดยวัตถุประสงค์ของการตลาดแบบสร้างสรรค์นั่นก็คือ การทำให้สินค้าและบริการนั้นๆ กลายเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค
ตัวอย่าง
หากต้องการขายสบู่แฮนด์เมด สินค้าอาจจะต้องสวยงามและคุณภาพเยี่ยม กลิ่นมีความเป็นเอกลักษณ์และต้องมีการใช้งานทุกวัน จากนั้นหากเรานั่งรอให้คนมาซื้อจะถือว่าเราไม่ Proactive เพราะเราต้องทำทุกวิถีทางให้สินค้านั้นๆ ไปอยู่ที่หน้าผู้บริโภค เช่น การใช้ Social Media หรือการส่งผลิตภัณฑ์ไปยัง Influencer เพื่อให้ช่วยโปรโมทสินค้าและเป็นการเพิ่มฐานลูกค้าได้อีกด้วย
และบัญญัติ 10 ประการต่อไปนี้ที่จะเป็นแนวทางที่ช่วยให้นักการตลาดประสบความสำเร็จ
1>ต้องคิดถึงความต้องการของลูกค้าก่อนตนเอง
2>ตื่นเต้นกับความสำเร็จและเรียนรู้จากความล้มเหลว
3>รู้จักฟังก่อนพูด
4>เชื่อมั่นในสินค้าของตนเองและบำรุงรักษาให้เติบใหญ่
5>ถลำให้ลึกลงไปในความต้องการของลูกค้า
6>ทำใจให้ชอบและยอมรับกับความคิดที่หลากหลาย
7>ใส่ความรู้สึกลงไปทุกการขาย
8>ไม่จมปรักกับความไม่สำเร็จของตนเองหากไม่เป็นไปตามความต้องการ
9>สร้างสิ่งใหม่ๆ ให้กับลูกค้า
10>นับถือตัวเองและความสามารถของตัวเอง
เมื่อรู้จักวางแผนการตลาดให้แปลกใหม่ และมีความน่าสนใจแล้ว สิ่งที่ตามมาต่อจากนี้คงจะหนีไม่พ้น ลูกค้า ยอดขาย และผลกำไร ที่สำคัญอย่าลืมว่า เมื่อทำให้ลูกค้าชื่นชอบในผลิตภัณฑ์หรือเกิดเป็นความสนใจแล้ว เราควรที่จะพัฒนาการตลาดต่อไปอยู่เสมอ เพื่อให้สื่อถึงแบรนด์ที่ไม่หยุดนิ่งและพร้อมเคลื่อนไหวรับสิ่งใหม่ตลอดเวลา อีกทั้งการรักษาคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าให้ดียิ่งขึ้นไป
ที่มา : smethailandclub