ความแตกต่างระหว่าง E-MARKETING, E-BUSINESS และ E-COMMERCE


ถึงแม้ว่าในแต่ละคำนั้นจะอยู่ในแวดวงเดียวกัน มีลักษณะความหมายคล้ายกัน แต่ในความเชื่อมโยงกันนั้นก็อาจจะมีความหมายที่แตกต่างกันอยู่ เพื่อให้มองภาพในแต่ละคำได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ในวันนี้จะมีการอธิบายและสื่อให้เห็นถึงความหมายของทั้งสามคำ ว่ามีลักษณะที่แตกต่างและมีความหมายอย่างไรบ้าง

E-Marketing คือรูปแบบการทำการตลาดในรูปแบบหนึ่งโดยใช้เครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องมือดิจิตอลเข้ามาช่วยในการทำการตลาด ส่วนความหมายของ E-Business หรือที่เรียกว่า Electronic Business จะมีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า E-Commerce หรือ Elcetronic Commerce มากกว่า แต่ในส่วนความหมายของ E-Business นั้นจะมีขอบเขตที่กว้าง นั่นหมายถึงในการทำกิจกรรมในทุกขั้นตอนของกระบวนการธุรกิจผ่านสื่ออิล็กทรอนิกส์ หรือที่เราเรียกว่า "ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์" ทั้งการทำการค้าการซื้อขาย ติดต่อประสานงาน รวมไปถึงธุรการต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในสำนักงาน และการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย 

กระบวนการในการดำเนินการทางธุรกิจนี้เอง นั้นจะอาศัยระบบสารสนเทศของคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในการดำเนินงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ โดยมีจุดมุ่งหมายหลักว่า จะสร้างมูลค่าเพิ่ม (Added Value) ตลอดทั้งกิจกรรมทางธุรกิจ (Value Chain) และลดขั้นตอนในการอาศัยแรงงานของคน (Manual Process) โดยเปลี่ยนเป็นมาใช้แรงงานจากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์แทน (Computerized Process) และรวมไปถึงการช่วยดำเนินการภายใน และภายนอกให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเป็นการสร้างความพึงพอใจต่อลูกค้าเพิ่มขึ้นอีกด้วย

สำหรับตัวอย่างของการนำ E-Business มาประยุกต์ใช้กับธุรกิจ ด้วยการควบคุมสต็อคและการชำระเงินให้เป็นระบบอัตโนมัติ และทพให้ดำเนินการได้รวดเร็วและทำได้ง่าย ลักษณะของการนำ E-Business มาประยุกต์ใช้กับธุรกิจ ได้แก่

  • การเชื่อมต่อระหว่างกันภายในองค์กร (Intranet)
  • การเชื่อมต่อระหว่างกันภายนอกองค์กร (Extranet)
  • การเชื่อมต่อระหว่างกันกับลูกค้าทั่วโลก (Internet)

เป็นต้น

ในขณะที่ E-Commerce หรือ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ นั้นมีความหมายคือ เป็นการทำธุรกรรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยในทุกช่องทางที่เป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์นั้นจะเน้นที่การขายเป็นหลัก ตัวอย่างเช่น การซื้อขายสินค้าและบริการ การโฆษณาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยผ่านช่องทางโทรทัศน์ โทรศัพท์ วิทยุ หรือแม้แต่ทางอินเทอร์เน็ต เป็นต้น มีวัตถุประสงค์เพื่อลดทอนค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร ด้วยการลดบทบาทความสำคัญขององค์ประกอบทางธุรกิจลง เช่น ทำเลที่ตั้ง โกดังเก็บสินค้า ห้องแสดงสินค้า รวมไปถึงพนักงานขายและพนักงานแนำนะสินค้า เป็นต้น ดังนั้นจึงเป็นการลดข้อจำกัดของระยะทางและเวลาในการทำธุรกรรมลงได้

บางครั้งการตีความหมายของคำว่า E-Commerce กับคำว่า E-Business เป็นคำเดียวกัน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วคำว่า E-Commerce ถือเป็นส่วนหนึ่งของคำว่า E-Business โดยคำว่า E-Business เป็นคำที่มีความหมายกว้างกว่าคำว่า E-Commerce นั่นเอง






ที่มา : Pawoot