ไม่ต้องรู้เรื่องโค้ด ก็สร้างเว็บไซต์เองได้
03 กันยายน 2563

ไม่ต้องรู้เรื่องโค้ด ก็สร้างเว็บไซต์เองได้

สมัยก่อนนั้น การสร้างเว็บไซต์อาจถูกจำกัดให้เฉพาะคนที่รู้เรื่องโค้ด HTML เท่านั้น แต่ทุกวันนี้เจ้าของแบรนด์สามารถสร้างเว็บไซต์เองได้ด้วย ‘เว็บไซต์สำเร็จรูป’ ที่ทำให้การเขียนโค้ดที่แสนจะยุ่งเหยิงกลายเป็นเรื่องง่าย ๆ นอกจากลดความยุ่งยากแล้ว การสร้างหน้าเว็บไซต์เองยังช่วยลดค่าจ้างนักออกแบบเว็บไซต์อีกด้วย แม้หลายเว็บจะเก็บค่าให้บริการในโหมดพรีเมียม แต่ถ้าเทียบกับการจ้างนักออกแบบแพง ๆ แล้ว การสร้างเว็บด้วยตัวเองก็ยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

วันนี้เราจะมาแนะนำการสร้างแบรนด์ให้มีหน้าโฮมเพจได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด

1.Wix
Wix หนึ่งในเว็บสำเร็จรูปที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยเหตุผลที่ว่ามีเทมเพลตให้เลือกมากมายและใช้งานได้จริง แถมเรายังแก้ไขหน้าตาของเทมเพลตได้อย่างค่อนข้างอิสระโดยไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะการเขียนโค้ด

การสร้างเว็บไซต์ด้วย Wix นั้น มีทั้งแบบที่ฟรีและเสียเงิน โดยถ้าใช้เวอร์ชั่นฟรีแล้ว ชื่อเว็บไซต์ของเราก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะมีชื่อ Wix ห้อยท้ายอยู่ และจะมีพื้นที่ storage ที่จำกัด ส่วนแบบเสียเงินนั้นจะสามารถตั้งชื่อได้อย่างสวยงาม สามารถปกปิดได้ว่าเว็บของเราเป็นเว็บสำเร็จรูป และมีฟีเจอร์อื่น ๆ ที่หลากหลาย เช่น storage เพิ่มขึ้น เป็นต้น ขึ้นอยู่กับว่าแบรนด์อยากจะลงทุนกับเว็บไซต์แค่ไหนนั่นเอง

2.Squarespace
อีกหนึ่งเว็บสำเร็จรูปยอดนิยม ที่ได้รับการจัดอันดับเว็บไซต์สำเร็จรูปอันดับ 1 ใน sitebuilderreport พร้อมรีวิวผู้ใช้ระดับ 5 ดาว

หลัก ๆ แล้วสิ่งที่ทำให้ Squarespace น่าประทับใจเป็นเพราะหน้าตาเว็บไซต์ที่เรียบเก๋ มินิมอล ใช้งานง่าย และสร้างเว็บออกมาได้จริง  สามารถปรับแต่งเมนูและ section ในเว็บได้หลากหลาย มีเทมเพลตสวย ๆ ให้เลือกเป็นจำนวนมาก สามารถใช้ได้กับเว็บที่ดูในคอมพ์และมือถือ รวมทั้งยังใส่ใจรายละเอียด อย่างฟีเจอร์ที่ให้คุณสามารถครอปรูป thumbnail ในเว็บได้เอง ต่างจากหลายเว็บที่ครอปให้แบบอัตโนมัติและมักออกมาไม่ตรงใจ ซึ่งเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ครองใจคนใช้งานได้ไม่ยากเลย

น่าเสียดายเล็กน้อยที่ Squarespace ไม่ใช่ฟรีเว็บไซต์ แต่ด้วยคุณภาพแล้ว หลายคนที่ได้ลองใช้เว็บไซต์นี้ก็น่าจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

3.SiteBuilder
SiteBuilder เป็นเว็บไซต์ที่เคลมกับใคร ๆ ว่าสามารถสร้างเว็บไซต์ได้ภายในหลักนาที เพราะพวกเขามีหน้าตาเว็บที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน (user-friendly) ทำให้สามารถออกแบบหน้าตาของเว็บได้ง่าย ๆ แถมยังมีคลังรูปภาพฟรีที่จะทำให้เว็บของคุณน่าดึงดูดมากขึ้นอีกหลายเท่า โดยคุณสามารถเลือกได้ด้วยว่าจะสร้างเว็บไซต์เป็นร้านขายของ พอร์ตโฟลิโอ บล็อก ฯลฯ ช่วยให้การเริ่มต้นแบรนด์ทำได้ง่ายขึ้นไปอีก

SiteBuilder มีทั้งแพคเกจแบบฟรีที่มีพื้นที่เว็บจำกัด และแพ็กเกจแบบเสียเงินซึ่งเพิ่มออพชั่นการปรับแต่งเว็บให้หลากหลายยิ่งขึ้น หากใครสนใจก็ลองเข้าไปดูกันได้เลย

4.weebly
weebly เป็นเว็บไซต์มาแรงที่เหมาะกับผู้ที่กำลังริเริ่มบริษัทสตาร์ทอัพและอีคอมเมิร์ซ เนื่องจากมีฟังก์ชันสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซโดยเฉพาะ เช่น โปรแกรม Shopping Cart ที่ช่วยให้คุณไม่ต้องมาวางระบบการซื้อขายสินค้าในเว็บไซต์เองให้ยุ่งยาก มีฟังก์ชันเชื่อมต่อกับ PayPal และระบบคำนวนภาษีอัตโนมัติ เป็นต้น

นอกจากนี้ สิ่งที่เว็บไซต์อื่น ๆ มี weebly ก็ไม่ได้ขาดตกบกพร่อง เช่น การมีเทมเพลตให้เลือกมากมาย สามารถปรับแต่งเทมเพลตได้ตามต้องการ มีหน้าตาที่ใช้งานง่าย ใครที่ทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซอยู่ ไม่ควรพลาด

5.VOOG
VOOG เป็นเว็บสำเร็จรูปที่เหมาะแก่การสร้างเว็บไซต์ที่มีหลายภาษา (Multilingual Website) เพราะเว็บไซต์นี้มีฟีเจอร์ให้กดเปลี่ยนภาษาได้ โดยหน้าตาของเว็บแต่ละภาษาก็สามารถมี lay out ที่แตกต่างกันได้อีกด้วย การมีเว็บไซต์มากกว่าหนึ่งภาษานั่นก็หมายถึงงานของคนทำเว็บที่เพิ่มขึ้น (เพราะการแปลภาษาไม่สามารถทำแบบอัตโนมัติได้ มันน่าจะเละเทะมากเลยแหละ) แต่ก็เหมาะมากกับแบรนด์ที่ต้องการขายของหรือทำมาร์เก็ตติ้งในสเกล international

ข้อเสียของ VOOG ถ้าเทียบกับเว็บอื่น ๆ คือมีเทมเพลตให้เลือกน้อยและสามารถปรับแต่งได้ไม่มากนัก แต่ถ้าเทียบกับการขยายฐานลูกค้าให้ไปไกลกว่าในประเทศแล้วก็นับว่าคุ้มค่ามากเลยทีเดียว

 

 

 

ที่มา : gvillage