สำหรับในยุคปัจจุบันนี้ได้เปรียบเป็นโลกเสมือนจริงไปแล้ว เพราะต้องบอกก่อนว่าทุกอย่างได้ขับเคลื่อนโดยผ่านโลกออนไลน์เป็นหลัก ทั้งการชอปปิ้ง การซื้อข้าวของเครื่องใช้ การสั่งอาหาร การส่งของ เป็นต้น และสิ่งที่เริ่มมีขึ้นมาอย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ก็คือ ร้านค้านั่นเองค่ะ ที่เพิ่มขึ้นมาแบบไม่มีที่สิ้นสุด
แน่นอนว่าการที่จะมีร้านค้าของตัวเองอยู่บนโลกออนไลน์นี้เราก็ต้องสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาก่อนอันดับแรก สิ่งสำคัญหลักๆ ของการสร้างเว็บไซต์ที่ทุกคนรู้กันก็คือต้องเขียน Code เป็นเท่านั้น แต่สำหรับวันนี้เราได้นำอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้คนที่เขียน Code ไม่เป็น ได้มีเว็บไซต์เพื่อไปเปิดร้านเป็นของตัวเองกันค่ะ และที่พูดมาทั้งหมดนี่ก็คือ “WordPress” นั่นเองค่ะ

ธุรกิจแบบไหนที่เหมาะกับ WordPress บ้าง
- การทำเว็บ Content Base อย่างเช่น ทำ Portfolio รวบรวมผลงานตัวเอง , การรีวิวร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว โรงแรมต่างๆ เป็นต้น
- E-commerce ถูกใจพ่อค้าแม่ค้ากันอย่างมาก สำหรับ Wordprss จะมี Plugins ที่ชื่อ Woocommerce มีไว้สำหรับสร้างระบบขายออนไลน์โดยเฉพาะ ฟังก์ชั่นครบ ทั้งระบบการจัดการสินค้า ระบบตะกร้า ระบบการชำระเงิน ระบบขนส่ง ระบบจัดการออเดอร์ และอื่นๆ อีกมากมายที่ทาง Wordprss ได้จัดเตรียมไว้
- เว็บไซต์ขององค์กร เช่น เว็บไซต์ราชการ โรงเรียน หรือหน่วยงานต่างๆ เพราะรูปแบบ Wordprss มีการใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
- สื่อออนไลน์ หรือเว็บข่าวนั่นเอง สิ่งเหล่านี้ได้เข้ามาแทนที่หนังสือพิมพ์ นิตยสาร สำนักพิมพ์ ปัจจุบันนี้มีคนอ่านน้อยลงมาก และได้หันไปจดจ่อกับหน้าจอมากขึ้นแทน สิ่งนี้จะตอบโจทย์นักอ่านสมัยใหม่มากๆ เพราะเพียงแค่เข้าเว็บข่าวก็สามารถรู้ความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้แล้ว
และสิ่งที่พ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ต้องรู้ไว้ก็คือ WordPress มี 2 ประเภท นั่นก็คือ
- WordPress.com สำหรับประเภทนี้จะเป็นการสร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปจริงๆ โดยการเลือกธีมเว็บไซต์หรือการปรับสีทำได้เฉพาะที่ WordPress.com มีให้เท่านั้น อีกทั้งการปรับแต่งจะไม่มีความยืดหยุ่นเท่าที่ควร คุณไม่จำเป็นต้องจด Domain และไม่ต้องเช่า Hosting เป็นของตัวเอง แต่ชื่อเว็บของคุณจะต่อด้วย “.wordpress.com” เท่านั้น สามารถเปลี่ยนได้โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเข้ามา
- WordPress.org เป็นประเภทที่คนนิยมใช้กันมากที่สุด การปรับแต่งมีความยืดหยุ่นกว่าแบบแรกมากๆ สามารถปรับแต่งทุกอย่างที่อยู่บนเว็บได้เลย รวมถึงการเลือกธีมและสีก็สามารถดาวน์โหลดจากที่อื่นมาใส่ได้เช่นเดียวกัน Plugins ที่เหมือนเป็นตัวเพิ่มฟังก์ชั่นให้เว็บไซต์ก็มีให้เลือกมากมาย สำหรับประเภท WordPress.org คุณต้องจด Domain และเช่า Hosting เองเท่านั้น เพื่อจะได้เป็นเจ้าของเว็บไซต์ของตัวเอง 100%
อ้างอิงข้อมูล : skooldio , sogoodweb