21 เมษายน 2564
มารู้จักศัพท์ - MARKETING METRICS

บทความนี้จะมาแนะนำศัพท์ Marketing Metrics ตัวชี้วัดทางการตลาดที่สำคัญ ซึ่งนำมาใช้ในการวัดผลแคมเปญทางการตลาด  ที่นักการตลาดยุคใหม่ต้องรู้ ตั้งแต่ระดับขั้นพื้นฐาน ไปจนถึงขั้น advanced โดยเป็นการไล่ลำดับไปตาม  Customer Journey ซึ่งเริ่มตั้งแต่ Awareness การรับรู้ Engagement การมีปฏิสัมพันธ์ และสุดท้ายเลยคือการมี Action ต่อแคมเปญในทางใดทางหนึ่ง รวมไปถึง Marketing Metrics อื่นที่เป็นประโยชน์ต่อการวัดผลแคมเปญทางการตลาดให้มีประสิทธิภาพ มีอะไรบ้างมาดูกัน

การวัดผลเชิง Awareness
- Impression จำนวนครั้งที่โฆษณาถูกแสดงขึ้นมา
- CPM หรือ Cost per Mille : Cost per 1,000 Impressions การคิดค่าโฆษณาต่อการแสดงผล 1,000 ครั้ง
- Reach จำนวนคนที่โฆษณาเข้าถึง
- Viewable Impression หรือ Active View จำนวน Impression ที่ผู้ชม -scroll down เข้ามาชมโฆษณา โดยปกติจะใช้เวลาเข้าถึง 50% ของพื้นที่เว็บ
- On Target Reach จำนวน reach ที่เข้าถึง Demographic หรือ target -users ที่เราวางแผนไว้ โดยการคำนวณจะออกมาเป็น "% ร้อยละ" ซึ่งเมื่อจบแคมเปญจะสามารถบอกได้ว่าตรงตามเป้าหมายหรือไม่ แต่ว่าที่ต่างประเทศอาจจะไม่นิยมแล้ว เพราะส่วนใหญ่ใช้กับการวัดผล -Traditional Media แต่ไม่เหมาะกับการวัดผลกับ Digital Media แต่ในไทยโดยเฉพาะแบรนด์ FMCG ยังนิยมใช้วัดผลอยู่

การวัดผลเชิง Engagement / Consideration
เป็น KPI ที่ใช้ค่อนข้างบ่อยในการวัดผลแคมเปญ ซึ่งโดยภาพรวมจะเรียกว่า Engagement rate ซึ่งคิดออกมาเป็น "% ร้อยละ" เป็นการที่ Consumer หรือ Audience มี Interaction หรือปฏิสัมพันธ์กับสื่อโฆษณา คิดเป็นกี่ % จาก Impression ทั้งหมด โดยวิธีการวัดผล Engagement นั้นมีหลายวิธีด้วยกัน ตั้งแต่การนับจำนวน Click หรือแม้แต่การ กด Play, Pause, Mute หรือ Skip และอื่นๆ อีกดังนี้

- VDO Duration (Second) ระยะเวลาที่คนดูวิดีโอ คิดเป็นวินาที
- CPV – Cost per View คือรูปแบบในการคิดค่าโฆษณาต่อการชมวิดีโอหนึ่งครั้ง แน่นอนว่าจะต้องใช้กับแพล็ตฟอร์มที่เป็นวิดีโอ ไม่ว่าจะเป็น Youtube, Facebook Video โดยจะคิดเงินก็ต่อเมื่อผู้ใช้ดูวิดีโอจนครบเวลาที่ Platform กำหนด
- Rich Media Metric (หรือ Display Banner) การวัดปฏิสัมพันธ์กับแบนเนอร์โฆษณาที่ไม่ใช่ภาพนิ่ง เช่น แบนเนอร์ที่เป็นเกม และทราบว่าเร็วๆ นี้ Google Analytics เตรียมที่จะนำกลับมาใช้อีกครั้ง
- Interaction rate การวัดผลการมีปฏิสัมพันธ์กับโฆษณาหรือคอนเทนต์ทางการตลาด
- CTR – Click Trough rate คือ อัตราส่วนที่บอกว่าผู้เข้าชมมีการคลิกโฆษณาของเราบ่อยแค่ไหน ประโยชน์ในการใช้งาน เพื่อหา performance ของ click ของแต่ละตำแหน่งโฆษณ
- CPC – Cost per Click การคิดค่าโฆษณา โดยใช้ต้นทุนค่าโฆษณาเท่าไหร่ต่อคลิก ยกตัวอย่างเช่น ต้นทุน 1,000 บาท มีการคลิกดูโฆษณา 100 ครั้ง


Marketing Metrics อื่นๆ ที่น่าสนใจ
- CPL – Cost per Lead
ค่อนข้างที่จะคล้ายกับ Cost per Action (CPA) คือเป็นการคำนวณค่าใช้จ่ายของข้อมูลของคนที่สนใจจะซื้อสินค้าหรือบริการของเรา
- CAC – Customer Acquisition Cost
เป็นการคำนวณค่าใช้จ่ายของการได้ลูกค้าจากโฆษณา โดยส่วนใหญ่มักจะคิดเป็นรอบปี หรือเมื่อจบแคมเปญ 
ยกตัวอย่างเช่น หากคุณลงโฆษณาบน Facebook Ad โดยใช้เงินไป 5 บาท ซึ่งทำให้ได้คนคลิกเข้ามาเว็บไซต์ของคุณ 1 คน จากนั้นทุกๆ 10 ที่เข้ามาจะมีคนซื้อสินค้าคุณ 1 คน ดังนั้น CAC ของคุณจะอยู่ที่ 50 บาท นั่นเอง
- AR – Abandon Rate
เปอร์เซนต์ของสายเข้าที่หลุด ก่อนที่ Call Center จะติดต่อกลับไปหา ซึ่งผลการคำนวณจะออกมาเป็นเปอร์เซนต์
- SOM – Share of Market
คือ ยอดขายสินค้าเทียบกับยอดขายทั้งหมดของสินค้าประเภทเดียวกันในตลาด ใช้เปรียบเทียบกับคู่แข่งขันในตลาด
- SOW – Share of Wallet
สัดส่วนหรือส่วนแบ่งในกระเป๋าสตางค์ของผู้บริโภค ที่จะใช้เงินในการซื้อสินค้าหรือบริการจากแบรนด์ใดเป็นแบรนด์หนึ่ง โดยส่วนใหญ่จะได้ข้อมูลมาจากการ Focus group หรือการทำแบบสอบถาม ซึ่งจะได้เป็นตัวเลขหยาบๆ ออกมา
ยกตัวอย่าง คุณซื้อเครื่องสำอางแบรนด์ A ราคา  50 บาท ในเดือนหนึ่ง และเดือนเดียวกันใช้เงินซื้อเครื่องสำอางยี่ห้ออื่นๆ 200 บาท หมายความว่า Sow คือ 25 เท่ากับส่วนแบ่งในกระเป๋าของแบรนด์ A ค่อนสูงถึง 25% เลย
- CRR – Customer Retention Rate
อัตราลูกค้าเดิม หรือการที่ลูกค้าเดิมกลับมาซื้อสินค้าหรือใช้บริการอีก หรือซื้ออย่างต่อเนื่อง ซึ่งแน่นอนว่าถ้าอัตราเป็น 100% ย่อมเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าตัวเลขนี้ลดลงควรใส่ใจให้มากขึ้น นั่นอาจแปลว่าสินค้าหรือบริการมีปัญหา