จากข่าวที่ได้อัพเดตมาตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม ว่าบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือช่อง ONE31 เตรียมจะเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ.ช่วงเวลาปัจจุบันได้ยื่น Filing แรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
รายละเอียดของหุ้น ‘ONEE’ ที่ทำการ IPO นั้น ระบุว่ามีจำนวนไม่เกิน 496,252,500 หุ้น คิดเป็น 20.84% ของหุ้นทั้งหมดหลัง IPO ประกอบด้วย หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดยบริษัทฯ ไม่เกิน 476,250,000 หุ้น และหุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยผู้ถือหุ้นเดิม (บริษัท ซีเนริโอ จำกัด) ไม่เกิน 20,002,500 หุ้น และแจ้งราคา PAR อยู่ที่ 2.00 บาท
แต่อีกประเด็นที่ทำให้ผู้คนเกิดความสนใจคงหนี้ไม่พ้น การมีชื่อของศิลปิน นักแสดงอย่าง บี้ สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว ในรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่ 5 ร่วมกับผู้ถือหุ้นรายอื่น ได้แก่…

- อันดับที่ 1 บริษัท ประนันท์ภรณ์ จำกัด โดยหลังจาก IPO จะมีจำนวน 952,500,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 40%
- อันดับที่ 2 GRAMMY โดยหลังจาก IPO จะมีจำนวน 595,774,850 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 25.02%
- อันดับที่ 3 กลุ่มคุณถกลเกียรติ วีรวรรณ โดยหลังจาก IPO จะมีจำนวน 321,222,500 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 13.49%
- อันดับที่ 4 กลุ่มครอบครัวซอโสตถิกุล โดยหลังจาก IPO จะมีจำนวน 7,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.29%
- อันดับที่ 5 สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว โดยหลังจาก IPO จะมีจำนวน 2,500,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนหลัง IPO 0.10%
สำหรับเป้าหมายของการ IPO คือ ระดมทุนจาก IPO เพื่อนำเงินที่ได้รับไปใช้ในการลงทุน และขยายธุรกิจ รวมถึงชำระหนี้บางส่วนของ ONE นั่นเอง เป็นการเพิ่มความยืดหยุ่น และคล่องตัวในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่หลากหลาย อาจได้รับเงื่อนไขทางการเงินที่ดีขึ้น การที่ ONE มีสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะส่งเสริมให้ ONE เป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งอาจสร้างความน่าสนใจ และดึงดูดต่อนักลงทุนอื่นๆ รวมถึงเพิ่มโอกาสในการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจมากขึ้น นอกจากนี้การมีสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังส่งผลเชิงบวกต่อการแสวงหาบุคลากรเข้ามาทำงานในบริษัท
ที่มา : marketingoops