หลังจากที่ CEO มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ได้ปรับเปลี่ยนชื่อองค์กรจาก Facebook เป็น Meta เพื่อสอดรับกับ vision ใหม่เกี่ยวกับโลกของ Metaverse เป็นที่เรียบร้อบแล้ว เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา
กลับได้รับ feedback จากหลายๆ มุมมอง ทั้งชื่นชมในความกล้าคิด กล้าทำ และกล้าลอง จนไปถึงแสดงความกังวลในหลายกรณี เช่น เรื่องความปลอดภัย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีประเด็นเกี่ยวกับกรณีข้อมูลรั่วไหลมาก่อน

และข้อมูลล่าสุดจาก เครื่องมือ Harris Brand Platform เป็นเครื่องมือที่ช่วยติดตามแบรนด์จาก The Harris Poll เปิดเผยว่า ได้มุ่งติดตามเรื่องความเชื่อมั่นทางอารมณ์ระหว่างผู้บริโภคโดยเชื่อมโยงกับแบรนด์ พบว่า คะแนนความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์ม Facebook เริ่มลดลงจาก 16% (ช่วงกลางเดือน ก.ย.) อีกทั้ง The Wall Street Journal ยังได้อ้างอิงไปถึง Instagram อีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่เป็นที่นิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเรียกแพลตฟอร์มนี้ว่า ‘toxic’ (เป็นพิษ) ต่อผู้ใช้ ซึ่งเหตุผลต่างๆ เหล่านี้ฉุดคะแนนความเชื่อมั่นของบริษัท Meta ลงอย่างชัดเจน ตั้งแต่ที่ประกาศจุดยืนใหม่
โดยผลสรุปตามรูปภาพด้านล่างนี้จะเห็นได้ว่า คะแนนความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์มภายใต้ Meta มีคะแนนลดลงเรื่อยๆ จากตอนแรกอยู่ที่ 16% ลงมาที่ 11% ในช่วงการแพร่ระบาด รวมถึงประกาศรีแบรนด์องค์กร จนปัจจุบัน (ณ วันที่ 29 ต.ค. ถึง 4 พ.ย.) คะแนนความเชื่อมั่นแบรนด์อยู่ที่ 6.2% ซึ่งถือว่าลดลงอย่างรวดเร็ว

ผู้เชี่ยวชาญจาก Harvard Business Review อย่าง Denise Lee Yohn ได้มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการรีแบรนด์ของ Facebook ในครั้งนี้ว่า...
“ถึงแม้ว่า vision ใหม่ของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก จะทำให้เราเห็นว่าโลกกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างกระโดด แต่มันไม่ใช่สำหรับทุกคน ความน่ากังวลก็คือ ผู้บริโภคอาจจะรู้สึกไม่สบายใจและไม่เชื่อมั่น และถ้าเป็นแบบนั้นแบรนด์ต่างๆ ก็อาจจะหยุดการพึ่งพิงทางธุรกิจจาก Facebook ชั่วคราว”

“การรีแบรนด์เป็นเพียงวิสัยทัศน์ใหม่ แต่กลับไม่มีรายละเอียดสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวที่ยังเป็นปัญหาค้างคาของ Facebook จึงมองว่า การตัดสินใจรีแบรนด์ของ Facebook เป็นการเคลื่อนไหวที่ผิดเวลา”
และหลังจากนี้ แพลนการพัฒนาเกี่ยวกับ Metaverse ของ Meta จะเป็นไปอย่างไร คงได้แต่ต้องรอ CEO มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประกาศอย่างชัดเจนอีกครั้งค่ะ
ที่มา reworked