เทคโนโลยีก้าวทันสมัยไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง คนในสังคมและเหล่านักประดิษฐ์ทั้งหลายคงเคยมีความคิดว่าในโลกอนาคต อาจจะมีหุ่นยนต์ที่สามารถทำทุกอย่างได้แทนมนุษย์ ถ้ามีอย่างนั้นได้จริงคงจะดีไม่น้อย บางครั้งมันอาจเป็นความคิดเล่นๆ ตลกๆ เพราะต่างก็ไม่มีใครสามารถคาดเดาเหตุการณ์อนาคตได้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น หรือสิ่งที่เคยคิดไว้จะเกิดขึ้นได้หรือเปล่า บ้างก็ต่างว่าพูดเป็นการืตูน บ้างก็หาว่ากันว่าเพ้อเจ้อ และก็คงคาดไม่ถึงกันจริงๆ สำหรับเรื่องที่จะเกิดในอนาคตอันใกล้นี้
เมื่อโลกยังคงดำเนินต่อไป คนก็ใช้ชีวิตต่อไปเรื่อยๆ ตามยุคสมัย แน่นอนว่าเมื่อคนไม่หยุดนิ่ง มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ หลายสิ่่งหลายอย่างในสังคมไทยจึงมีความปรับตัวให้เข้ากับความทันสมัย รวมไปถึงคนในสังคมเช่นเดียวกัน และปฏิเสธความเฉลียวฉลาดของมนุษย์ที่คอยพัฒนาตนเองอยู่เสมอไม่ได้ สิ่งที่คาดไม่ถึงและคิดว่าเป็นไปไม่ได้ก็เริ่มมีความชัดเจนและมีแนวโน้มสูงที่จะปรากฏให้เราได้เห็นตรงหน้าอีกในไม่ช้า
ส่วน Ai นั้นคืออะไร
Ai (Artificial Intelligence) หรือที่เราเรียกว่า ปัญญาประดิษฐ์ ที่ถือว่าได้รับการพูดถึงและได้รับความสนใจจากผู้คนทั้วโลกในปี 2017 นี้ โดยเฉพาะบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ไม่ว่าจะเป็น Microsoft, Google, Facebook, Amazon หรือ Apple ต่างก็ให้ความสนใจนำปัญญาประดิษฐ์นี้มาใช้ในกลยุทธ์การขายและการตลาดกันอย่างมาก โดยมีการวิจัยและพัฒนา Ai นั้นมีมาอยู่เรื่อยๆ ใช้ในด้านคณิตศาสตร์, เกมส์, วิทยาศาตร์คอมพิวเตอร์ เป็นหลัก แต่ก็มีการทำวิจัยมาเรื่อยๆ ในความพยายามให้มันฉลาดมากขึ้น, ประมวลผลได้แม่นยำขึ้นและมีความสามารถเท่าเทียมมนุษย์ โดยแบ่งออกเป็น 4 แนวคิด
1. ระบบที่คิดเหมือนมนุษย์ : Systems that think like humans
2. ระบบที่กระทำเหมือนมนุษย์ : Systems that act like humans
3. ระบบที่คิดอย่างมีเหตุผล : Systems that think rationally
4. ระบบที่กระทำอย่างมีเหตุผล : System that act rationally
จากข้อมูลคร่าวๆ ข้างต้นก็ทำให้เราคาดเดาได้ว่าในอนาคตจะมีเครื่องจักรหรือหุ่นยนต์ที่มีความสามารถเทียบเท่ามนุษย์ได้แน่นอน แล้วถ้าเป็นเช่นนั้นจริง มนุษย์เดินดินกินข้าวแกงอย่างเราล่ะ จะทำอย่างไร ถ้าเครื่องจักรหรือหุ่นยนต์สามารถทำงานแทนเราได้แล้วเราจะไปอยู่ไหน
และเครื่องจักรจะทำให้การว่างงานของคนเพิ่มขึ้นหรือไม่
จากผลการสำรวจบอกว่า เครื่องจักรจะสามารถพับผ้าได้ภายในปี 2021 แต่แท้จริงแล้วนั้นปัจจุบันมีหุ่นยนต์ที่สามารถพับผ้าได้ และถูกสร้างขึ้นเรียบร้อยที่ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ หุ่นยนต์ดังกล่าวสามารถพับผ้าเช็ดตัว กางเกงยีนส์ และเสื้อยืดได้อย่างเรียบร้อย แต่ในปี 2010 มันต้องใช้เวลามากถึง 19 นาทีเลยทีเดียวที่จะหยิบเสื้อผ้าชิ้นหนึ่งขึ้นมา ตรวจสอบชนิดเสื้อผ้า แล้วจึงจะลงมือพับ ต่อมาในปี 2012 มันสามารถพับกางเกงยีนส์หนึ่งตัวได้ใน 5 นาที และสามารถพับเสื้อยืดหนึ่งตัวในเวลาประมาณ 6 นาที เป็นต้น
นั่นหมายความว่า เครื่องจักรสามารถทำงานที่มนุษย์ต้องการได้ หรือเรียกว่าทำงานแทนมนุษย์ได้ แต่มีความแตกต่างกันที่ระยะเวลา คือ มีการใช้ระยะที่มากกว่าเมื่อเทียบกับการทำงานของมนุษย์นั่นเอง แต่ถ้าหากลองสังเกตการทำงานของเครื่องจักรกับมนุษย์ก็จะมีความแตกต่างกันอยู่เช่นเดียวกัน เพราะในแต่ละภาระหน้าที่นั้นเราก็ต้องยอมรับความสามารถของเครื่องจักร และบางอย่างก็ต้องอาศัยการใช้แรงและพลังจากมนุษย์เช่นกัน
ดังนั้นในอนาคตถ้าหากเครื่องจักร หุ่นยนต์ หรืออื่นๆ ถูกพัฒนาให้เทียบเท่าความสามารถของคนได้จริง สุดท้ายแล้วเราก็ยังคงต้องการกำลังและแรงจากคนในการทำงานอยู่ เพราะอาจด้วยเหตุผล ปัจจัย หลายอย่าง และจะกลับกลายเป็นว่าหุ่นยนต์อาจเข้ามาช่วยให้การทำงานของมนุษย์นั้นง่ายขึ้น สมบูรณ์ขึ้น และอาจมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
ที่สำคัญที่สุดอาจจะเป็นความเป็นมนุษย์ ความรู้สึกที่มนุษย์มีต่อมนุษย์ เข้าใจและเห็นใจกันมากที่สุดนั่นเอง เพราะเครื่องจักรไม่มีสัญชาตญาณ ไม่สามารถวิเคราะห์เพื่อนร่วมงานได้ ไม่สามารถจะให้ความเข้าใจต่อกันมากที่สุด และในบางกรณีที่เครื่องจักรสามารถทำได้ดีกว่าการใช้แรงงานมุนษย์ ช่วยให้ประหยัดเวลา ประหยัดแรงคน ก็ต้องยอมรับและให้เทคโนโลยีนำพาต่อไป ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีอย่างมีความสุข
ที่มา : contentshifu, thestandard