Facebook ถูกก่อตั้งมาเป็นเวลานานกว่า 18 ปี ด้วยวัตถุประสงค์ที่ต้องการเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของโลกในขณะนั้น เราได้เห็นพัฒนาการและความสำเร็จของ Facebook เกิดขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการเป็นบริษัทโซเชียลมีเดียขนาดยักษ์ และเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอันดับต้นๆ ของโลก กระทั่งได้เปลี่ยนชื่อบริษัทแม่เป็น Meta โดยบริหาร 3 แพลตฟอร์มสำคัญอย่าง Facebook, Instagram และ WhatsApp
หัวข้อ เช็กสัญญาณขาลง Facebook คนรุ่นใหม่จะเลิกใช้งานจริงหรือไม่?
- Facebook อนาคตที่เริ่มไม่มั่นคง?
- 5 แสนบัญชีที่หายไป
- สรุป
เราต่างเห็นการเติบโตของ Facebook มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแพลตฟอร์มได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ส่งผลให้มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอและผู้ร่วมก่อนตั้งบริษัทฯ ได้กลายเป็นผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งของโลก กล้าคิดกล้าทำเสมอมา ล่าสุดช่วงปลายปี 2021 ถึงขนาดเปลี่ยนพื้นที่โซเชียลมีเดียแบบเดิมให้กลายเป็นอาณาจักรเสมือนจริงที่เรียกว่า Metaverse
แม้ Facebook จะเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง แต่ทุกอย่างก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลง ไม่แน่ว่า Facebook อาจจะถึงจุดอิ่มตัวแล้วหรือไม่? เพราะจากผลการดำเนินงานล่าสุดของ Meta พบว่า Facebook มีผลการดำเนินงานที่ลดลงเรื่อยๆ และนี่อาจเป็นสัญญาณการอิ่มตัวของ Facebook หากยังมีผลดำเนินงานที่แย่ลงเรื่อยๆ ซึ่งนับเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งแรกในรอบ 18 ปีเลยก็ว่าได้
Facebook อนาคตที่เริ่มไม่มั่นคง?
กำลังเกิดอะไรขึ้นกับ Facebook กันนะ? ผลดำเนินงานไตรมาสที่ 4 ปี 2021 พบว่า Facebook กำลังสูญเสียผู้ใช้งานทั่วโลกวันละประมาณ 5 แสนบัญชี เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เฉลี่ยแล้วเฟซบุ๊กมีผู้ใช้งานวัน 1.93 พันล้านคน หมายความว่า จำนวนผู้ใช้งาน Facebook ต่อวันลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปี!
ผู้ใช้งาน Facebook 1.93 พันล้านคนต่อวัน อาจฟังดูมหาศาล เมื่อเทียบกับตัวเลข 5 แสนคนต่อวันที่เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น แต่กลับเป็นตัวเลขที่ส่งผลให้สถิติการเติบโตของ Facebook หยุดลงได้ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนับตั้งแต่เปิดตัวแพลตฟอร์มมา
ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนคือ หุ้น Meta ลดฮวบลงหลายเปอร์เซ็นต์ มูลค่าทางการตลาดก็หายไปอย่างน่าใจหาย ไม่เพียงเท่านั้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ยังกระทบต่อความมั่งคั่งของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ด้วย ไม่แน่ว่าเหตุการณ์นี้อาจจะทำให้ซีอีโอของ Facebook หลุด Top 10 มหาเศรษฐีโลก ของ Bloomberg Billionaires Index ก็เป็นได้
นับว่าเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของ Meta เลยก็ว่าได้ เพราะตัวเลขเหล่านี้มีนัยสำคัญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากความกดดันในแง่การเติบโตจะไปหนักที่ Metaverse โปรเจกต์ที่อยู่ระหว่างดำเนินการของ Meta ไม่เพียงแค่ Facebook เท่านั้นที่มีผู้ใช้งานลดลง แต่ Instagram และ WhatsApp ต่างก็เริ่มเติบโตช้าลง ดังนั้น Metaverse ยิ่งต้องปังเท่านั้น จึงจะดึง Meta ให้กลับมากโดดเด่นในวงการเทคโนโลยีได้
ทั้งนี้ จำนวนผู้ใช้ Facebook ที่ลดลงไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมาย เพราะได้มีการประเมินเหตุการณ์เอาไว้แล้ว แม้แต่ Facebook ก็ยังรู้ดีว่าเทรนด์การใช้ Facebook ของคนรุ่นใหม่กำลังลดลง เพราะคนรุ่นใหม่หันไปใช้ TiKTiok และ YouTube แทน ส่วน มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ก็ยอมรับด้วยว่า TikTok คือคู่แข่งรายสำคัญ เพราะเป็นแอปฯ ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด และสามารถดึงดูดกลุ่มผู้ใช้อายุน้อยได้ดี
ในปี 2021 The Verge รายงานสถิติผู้ใช้ Facebook ของวัยรุ่นในสหรัฐฯ พบว่าลดลง 13% มาตั้งแต่ปี 2019 และคาดว่าจะลดลงถึง 45% ในช่วง 2 ปีข้างหน้า ซึ่งตรงกับช่วงเวลาปัจจุบันพอดี
5 แสนบัญชีที่หายไป
นอกจากคนรุ่นใหม่จะเลิกใช้งาน Facebook แล้ว พวกเขายังเปรียบ Facebook เป็นดังบ้านพักคนชราอีกด้วย เพราะ Facebook เป็นแพลตฟอร์มที่มีคนอายุมากอยู่ ซึ่งกลุ่มคนมีอายุมักจะใช้ Facebook ในการโพสต์เรื่องน่าเบื่อ ทัศนคติด้านลบ แชร์ข่าวปลอม ข่าวบิดเบือน สร้างความแตกแยก แสดงความเกลียดชัง นอกจากนี้ยังเป็นคนหัวดื้อ หัวโบราณ ไม่เปิดรับข้อมูลใหม่ๆ ทั้งยังตั้งแง่ ตราหน้าเด็กรุ่นใหม่ และดูถูกเหยียดหยาม ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ ทำให้คนรุ่นใหม่หันไปใช้แพลตฟอร์มอื่นแทน
Facebook ไม่ใช่พื้นที่สำหรับคนรุ่นใหม่อีกต่อไป แต่เป็นพื้นที่ของผู้ปกครอง วัยรุ่นจึงหันไปหาแพลตฟอร์มอื่นที่ปลอดผู้ปกครอง อาจารย์ เพื่อนร่วมงาน หรือคนที่รู้จักผิวเผิน
นอกจากนี้ Facebook ยังจัดการข้อมูลผู้ใช้ได้ไม่ดี เพราะมักมีคอนเทนต์ที่ไร้สาระและเป็นปัญหาอยู่เต็มแพลตฟอร์ม โฆษณาก็มีให้เห็นเป็นจำนวนมากขึ้น ดังนั้น การเลิกใช้ Facebook น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับคนรุ่นใหม่
ช่วงหลังมานี้ Facebook มักจะมีนโยบายชุมชนแปลกๆ เหมือนพยายามปกป้องผู้ใช้งาน แต่ก็ทำข้อมูลผู้ใช้งานหลุดรั่วอยู่บ่อยๆ ทำให้ในสายตาคนรุ่นใหม่ ภาพลักษณ์ของ Facebook นั้นติดลบไปแล้ว
แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่คนรุ่นใหม่หันไปใช้งานแทน Facebook ได้แก่ Snapchat, Twitter, TikTok ซึ่ง TikTok ได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดและมาแรงเป็นอย่างมาก แรงขนาดที่ว่าสามารถเอาชนะ Google ขึ้นเป็นโดเมนยอดฮิตในปี 2021
สรุป
ส่วน Facebook ถูกจัดอยู่ในกลุ่มแพลตฟอร์มสำหรับใช้ติดตามข่าวสาร หรือเพื่อมีปฏิสัมพันธ์แบบเฉพาะกลุ่ม ซึ่งมันไม่ดึงดูดคนรุ่นใหม่อีกต่อไป และหลายๆ แพลตฟอร์มสามารถทำได้ดีกว่า ส่งผลให้บางคนยังคงมี Facebook ไว้เพื่อทำงานเท่านั้น บางคนก็มีไว้แต่กลับปล่อยร้าง และบางคนก็ปิดทิ้งไปเลยถาวร
อ้างอิง: sanook.com