มิจฉาชีพทางโทรศัพท์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้แพร่ระบาดมาพักใหญ่แล้ว และไม่รู้ว่าทำไมถึงยิ่งเหิมเกริมหนักขึ้นในช่วงโควิด-19 ความเสียหายจากการตกเป็นเหยื่อก็มีมูลค่าสูง ประชาชนจำนวนไม่น้อยได้รับความเดือดร้อนจากการถูกหลอกลวง ไม่ว่าจะเป็นพัสดุผิดกฎหมายที่มีชื่อเหยื่อเข้าไปพัวพัน หรือการหลอกให้เล่นการพนันออนไลน์
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงาน กสทช. ศูนย์ PCT ดีอีเอส และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกราย ก็ได้จับมือกันเพื่อหาทางแก้ไขปัญหา Call Center และ SMS หลอกลวง โดยร่วมกับโอเปอเรเตอร์ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงอันตราย สังเกตพฤติกรรมการหลอกลวงของมิจฉาชีพ ไม่ให้หลงให้ข้อมูลส่วนตัว และนำมาซึ่งการสูญเสียทรัพย์สิน
มิจฉาชีพทางโทรศัพท์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีรูปแบบไหนบ้าง?
ทุกวันนี้ประชาชนถูกหลอกลวงหลากหลายรูปแบบมาก วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยข้อมูลจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่ารูปแบบอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่มิจฉาชีพมักใช้ในการหลอกลวงประชาชน มีจำนวน 14 รูปแบบ ได้แก่
-
หลอกขายของออนไลน์
-
Call Center หลอกลวงข่มขู่ อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ให้เหยื่อโอนเงิน
-
เงินกู้ออนไลน์ดอกเบี้ยโหด
-
เงินกู้ออนไลน์ที่ไม่มีจริง หรือเงินกู้ทิพย์
-
หลอกให้ลงทุนต่างๆ โดยอ้างผลตอบแทนสูงที่ไม่มีจริง
-
หลอกให้เล่นพนันออนไลน์
-
Romance scam หรือ Hybrid scam หลอกให้รักลวงเอาทรัพย์สิน ลวงให้ลงทุน
-
ลิงก์ปลอมหลอกแฮกข้อมูลโทรศัพท์
-
แชต Line หรือ Facebook ปลอม Account ลวงยืมเงิน
-
หลอกเอาข้อมูลส่วนตัว หรือ OTP
-
ข่าวปลอม (Fake news)
-
หลอกลวงเอาภาพโป๊เปลือยเพื่อใช้แบล็คเมล์
-
โฆษณาออนไลน์ลวงทำงาน หลอกบังคับทำงานในต่างประเทศ
-
ยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคาร (บัญชีม้า) ร่วมกันกระทำผิดฐานฉ้อโกงประชาชน หรือฟอกเงิน
“ขณะที่ทุกฝ่ายกำลังร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหา Call Center และ SMS หลอกลวงอยู่นั้น สำนักงานก็อยากขอให้ประชาชนระมัดระวังอย่าหลงเชื่อโทรศัพท์ที่แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ DSI พนักงานธนาคาร หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆ อย่าเพิ่งให้ข้อมูลส่วนตัว หรือโอนเงินไปตามที่เขาขอ อย่ากดลิงก์ที่แนบมาพร้อม SMS ที่ไม่ทราบที่มา แต่ให้ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าสายที่โทรมา หรือผู้ที่ส่ง SMS มานั้นไม่ใช่มิจฉาชีพ เพื่อป้องกันการสูญเสียเงินทองของท่าน” นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล กล่าว
SMS หลอกลวง ปูติน ขอบริจาคผ่าน True Money
แม้จะมีการร่วมมือกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่มิจฉาชีพเองก็เหมือนพยายามอัปเดตตัวเองให้ทันกับสถานการณ์ของโลกอยู่เสมอ อย่างล่าสุดประชาชนก็ได้รับ SMS หลอกลวง ปูติน ขอบริจาคเงินช่วยทหารรัสเซีย ผ่าน True Money โดยเนื้อหาใน SMS ระบุว่า
"สวัสดีครับ ผมวลาดิเมียร์ ปูติน ตอนนี้กองทัพเราในยูเครนต้องการความช่วยเหลือจากคุณ กรุณาช่วยเราเติม True Money 50 บาท แล้วเราจะคืนกลับอย่างเร็วที่สุดหลังตากยึดยูเครนได้แล้ว"
หากประชาชนได้รับ SMS ในลักษณะดังกล่าว ขอให้ระมัดระวัง อย่าหลงเชื่อ ไม่ส่งต่อหรือแชร์ข้อมูล เพื่อป้องกันการสับสนและป้องกันผู้ที่จะตกเป็นเหยื่อขอมิจฉาชีพค่ะ หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็น SMS หลอกลวง แนะนำให้รายงานสแปม หรือกดบล็อกหมายเลขโทรศัพท์ในทันที
เมื่อได้รับโทรศัพท์หรือข้อความจากคนแปลกหน้า เรามักจะตื่นตระหนก โดยเฉพาะเมื่อถูกกล่าวอ้างในเรื่องผิดกฎหมาย ฉะนั้นการครองสติถือเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด สติจะช่วยให้เราตั้งรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี
อ้างอิง: it24hrs.com และ sanook.com