01 มีนาคม 2565 Am
มิจฉาชีพทางโทรศัพท์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีรูปแบบไหนบ้าง?

มิจฉาชีพทางโทรศัพท์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้แพร่ระบาดมาพักใหญ่แล้ว และไม่รู้ว่าทำไมถึงยิ่งเหิมเกริมหนักขึ้นในช่วงโควิด-19 ความเสียหายจากการตกเป็นเหยื่อก็มีมูลค่าสูง ประชาชนจำนวนไม่น้อยได้รับความเดือดร้อนจากการถูกหลอกลวง ไม่ว่าจะเป็นพัสดุผิดกฎหมายที่มีชื่อเหยื่อเข้าไปพัวพัน หรือการหลอกให้เล่นการพนันออนไลน์ 

 

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงาน กสทช. ศูนย์ PCT ดีอีเอส และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกราย ก็ได้จับมือกันเพื่อหาทางแก้ไขปัญหา Call Center และ SMS หลอกลวง โดยร่วมกับโอเปอเรเตอร์ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงอันตราย สังเกตพฤติกรรมการหลอกลวงของมิจฉาชีพ ไม่ให้หลงให้ข้อมูลส่วนตัว และนำมาซึ่งการสูญเสียทรัพย์สิน

 

มิจฉาชีพทางโทรศัพท์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีรูปแบบไหนบ้าง? 

ทุกวันนี้ประชาชนถูกหลอกลวงหลากหลายรูปแบบมาก วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยข้อมูลจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่ารูปแบบอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่มิจฉาชีพมักใช้ในการหลอกลวงประชาชน มีจำนวน 14 รูปแบบ ได้แก่

 

  1. หลอกขายของออนไลน์ 

  2. Call Center หลอกลวงข่มขู่ อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ให้เหยื่อโอนเงิน

  3. เงินกู้ออนไลน์ดอกเบี้ยโหด 

  4. เงินกู้ออนไลน์ที่ไม่มีจริง หรือเงินกู้ทิพย์

  5. หลอกให้ลงทุนต่างๆ โดยอ้างผลตอบแทนสูงที่ไม่มีจริง 

  6. หลอกให้เล่นพนันออนไลน์ 

  7. Romance scam หรือ Hybrid scam หลอกให้รักลวงเอาทรัพย์สิน ลวงให้ลงทุน 

  8. ลิงก์ปลอมหลอกแฮกข้อมูลโทรศัพท์ 

  9. แชต Line หรือ Facebook ปลอม Account ลวงยืมเงิน 

  10. หลอกเอาข้อมูลส่วนตัว หรือ OTP 

  11. ข่าวปลอม (Fake news) 

  12. หลอกลวงเอาภาพโป๊เปลือยเพื่อใช้แบล็คเมล์ 

  13. โฆษณาออนไลน์ลวงทำงาน หลอกบังคับทำงานในต่างประเทศ 

  14. ยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคาร (บัญชีม้า) ร่วมกันกระทำผิดฐานฉ้อโกงประชาชน หรือฟอกเงิน 

 

“ขณะที่ทุกฝ่ายกำลังร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหา Call Center และ SMS หลอกลวงอยู่นั้น สำนักงานก็อยากขอให้ประชาชนระมัดระวังอย่าหลงเชื่อโทรศัพท์ที่แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ DSI พนักงานธนาคาร หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆ อย่าเพิ่งให้ข้อมูลส่วนตัว หรือโอนเงินไปตามที่เขาขอ อย่ากดลิงก์ที่แนบมาพร้อม SMS ที่ไม่ทราบที่มา แต่ให้ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าสายที่โทรมา หรือผู้ที่ส่ง SMS มานั้นไม่ใช่มิจฉาชีพ เพื่อป้องกันการสูญเสียเงินทองของท่าน” นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล กล่าว

 

SMS หลอกลวง ปูติน ขอบริจาคผ่าน True Money

แม้จะมีการร่วมมือกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่มิจฉาชีพเองก็เหมือนพยายามอัปเดตตัวเองให้ทันกับสถานการณ์ของโลกอยู่เสมอ อย่างล่าสุดประชาชนก็ได้รับ SMS หลอกลวง ปูติน ขอบริจาคเงินช่วยทหารรัสเซีย ผ่าน True Money โดยเนื้อหาใน SMS ระบุว่า 

 

"สวัสดีครับ ผมวลาดิเมียร์ ปูติน ตอนนี้กองทัพเราในยูเครนต้องการความช่วยเหลือจากคุณ กรุณาช่วยเราเติม True Money 50 บาท แล้วเราจะคืนกลับอย่างเร็วที่สุดหลังตากยึดยูเครนได้แล้ว"

 

หากประชาชนได้รับ SMS ในลักษณะดังกล่าว ขอให้ระมัดระวัง อย่าหลงเชื่อ ไม่ส่งต่อหรือแชร์ข้อมูล เพื่อป้องกันการสับสนและป้องกันผู้ที่จะตกเป็นเหยื่อขอมิจฉาชีพค่ะ หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็น SMS หลอกลวง แนะนำให้รายงานสแปม หรือกดบล็อกหมายเลขโทรศัพท์ในทันที

 

เมื่อได้รับโทรศัพท์หรือข้อความจากคนแปลกหน้า เรามักจะตื่นตระหนก โดยเฉพาะเมื่อถูกกล่าวอ้างในเรื่องผิดกฎหมาย ฉะนั้นการครองสติถือเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด สติจะช่วยให้เราตั้งรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี

 

 

 

 

อ้างอิง: it24hrs.com และ sanook.com