01 กุมภาพันธ์ 2565 Am
เว็บไซต์ WORDPRESS ข้อแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้น

เว็บไซต์ WordPress เป็นระบบจัดการเนื้อหาที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ในปี 2020 มีเว็บไซต์มากกว่า 455 ล้านเว็บไซต์ที่สร้างด้วย WordPress โดยคิดเป็นร้อยละ 35 ของเว็บไซต์ทั้งหมดในโลก

 

เว็บไซต์ WordPress เป็นแพลตฟอร์มโอเพนซอร์ซ ที่สามารถพัฒนาได้เรื่อยๆ และแม้แต่คนที่ไม่ถนัดเทคโนโลยีก็สามารถทำเว็บไซต์ WordPress ได้ ทำให้เจ้าของเว็บไซต์มือใหม่สามารถสร้างเว็บไซต์ได้โดยไม่ต้องเรียนรู้โค้ดแม้แต่บรรทัดเดียว

 

เว็บไซต์ WordPress ยังใช้งานได้หลากหลาย และทุกคนสามารถใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อสร้างเว็บไซต์ประเภทใดก็ได้ หากใครกำลังคิดสร้างเว็บไซต์ WordPress บทความนี้ Wynnsoft Solution ขอเสนอข้อแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้นสร้างเว็บไซต์ WordPress ซึ่งง่ายมากสำหรับทุกคน

 

โดยภาพรวมของ เว็บไซต์ WordPress ข้อแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้น ประกอบด้วยหัวข้อดังนี้

  1. การเลือกชื่อโดเมนของเว็บไซต์
  2. การเลือกบริการเว็บโฮสติ้ง
  3. การเลือกธีม WordPress
  4. การติดตั้งปลั๊กอิน WordPress

 

ก่อนเริ่มหัวข้อแรกของ เว็บไซต์ WordPress ข้อแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้น เรามาพูดถึงคำถามที่มักพบบ่อยกันก่อนค่ะ ก่อนอื่นเลย การทำเว็บไซต์ WordPress เราไม่จำเป็นต้องเป็นนักพัฒนาเว็บไซต์ และบทความนี้ก็เขียนขึ้นมาสำหรับผู้ใช้ที่ไม่ถนัดเทคโนโลยี โดยจะรวบรวมข้อแนะนำสำหรับมือใหม่หัดสร้างเว็บไซต์ WordPress โดยไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดแม้แต่น้อยค่ะ

 

1. การเลือกชื่อโดเมนของเว็บไซต์

ขั้นตอนแรกในการเริ่มต้นใช้งานเว็บไซต์ WordPress คือการเลือกชื่อโดเมน โดยชื่อโดเมนคือสิ่งที่ผู้ค้นหาจะพิมพ์ลงในช่อง URL โดยตรง เพื่อค้นหาเว็บไซต์ของเรา เช่น wynnsoftsolution.com, wynnsoftstudio.com, seo-winner.com และ bestjobth.com เป็นต้น

 

การเลือกชื่อโดเมน เราควรเลือกชื่อที่สั้น ไพเราะ สะกดง่าย และแสดงถึงแบรนด์ของเราได้ดี เช่น หากแบรนด์ของเราเป็นบริษัทหรือองค์กร ให้เลือกชื่อบริษัทเป็นชื่อโดเมน หากตัวเราเป็นตัวแทนของแบรนด์ เราก็ควรเลือกชื่อของเราเป็นชื่อโดเมน

 

อย่างไรก็ตาม บนโลกนี้มีเว็บไซต์หลายล้านชื่อ เราจำเป็นต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการเลือกชื่อโดเมนที่ไม่ซ้ำใคร 100%

 

เมื่อเริ่มใช้งานครั้งแรก เราอาจต้องการให้ชื่อโดเมนเป็นชื่อของเรา แล้วตามด้วยดอทคอม (.com) แต่ชื่อของเราอาจจะถูกคนอื่นนำไปใช้แล้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นเราจึงต้องเพิ่มความเฉพาะเจาะจงลงไปอีก อาจจะเพิ่มชื่อกลางลงในชื่อโดเมนด้วยก็ได้

 

นอกจากนี้ หากคนอื่นเลือกชื่อโดเมนที่เราต้องการในเวอร์ชันดอทคอมไปแล้ว แต่เรายังสามารถใช้ชื่อโดเมนเดียวกันได้ แต่ต้องไม่ใช่เวอร์ชันดอทคอม โดยอาจจะใช้อย่างอื่น เช่น .co, .inc, .biz และอื่นๆ

 

ทั้งนี้ หากต้องการตรวจสอบชื่อโดเมน เราสามารถทำได้ฟรี โดยการเข้าไปกรอกชื่อโดเมนที่ต้องการบนเว็บไซต์ name.com 

 

2. การเลือกบริการเว็บโฮสติ้ง

หลังจากที่เราพบชื่อโดเมนที่ต้องการแล้ว ต่อไปเราก็ต้องค้นหาบริษัทโฮสติ้งที่เชื่อถือได้ การสร้างเว็บไซต์ WordPress ในครั้งแรก เราจะต้องเลือกเว็บโฮสติ้ง โดยเว็บโฮสติ้งคือพื้นที่บนเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ ทำให้ผู้คนค้นหาเว็บไซต์ของเราทางอินเทอร์เน็ตได้ ปัจจุบันมีบริษัทที่ให้บริการเว็บโฮสติ้งที่หลากหลาย เมื่อมองหาบริษัทเว็บโฮสติ้ง เราควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

 

  • โฮสติ้งที่ราคาไม่แพง
  • เป็นเว็บโฮสติ้งสำหรับ WordPress
  • ติดตั้งง่าย
  • จดทะเบียนโดเมนฟรีอย่างน้อยหนึ่งปี
  • โอนไซต์ฟรี
  • แบนด์วิดท์ที่ไม่มีการตรวจสอบ
  • ฟรีใบรับรอง SSL
  • บริการลูกค้า 24 ชั่วโมง

 

3. การเลือกธีม WordPress

เมื่อเราติดตั้ง WordPress เรียบร้อยแล้ว ต่อไปเราก็ต้องเลือกธีม WordPress และเปิดใช้งานธีม โดย WordPress มีธีมฟรีมากมายที่สวยงาม ติดตั้งและปรับแต่งได้ง่าย แต่หากเราต้องการใช้ธีมพรีเมียม ก็สามารถซื้อธีมได้ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม วิธีเลือกธีมใน WordPress สามารถทำได้ดังนี้

 

  • ค้นหา "ลักษณะ (Appearance)" บนแดชบอร์ดด้านซ้ายของ WordPress เลื่อนเมาส์ไปคลิกที่ "ธีม (Themes)"
  • จากนั้นเราสามารถเปิดใช้งานหนึ่งในธีมที่มีอยู่แล้ว หรือเราสามารถเพิ่มธีมใหม่ก็ได้เช่นกัน
  • หากต้องการเพิ่มธีมใหม่ ให้คลิกที่ "เพิ่มใหม่ (Add New)" และเรียกดูหรือค้นหาธีมที่ต้องการ
  • เมื่อเจอธีมที่ชอบแล้ว ให้วางเมาส์ไว้เหนือธีมแล้วกด "เปิดใช้งาน (Activate)"
  • เมื่อเปิดใช้งานธีมเรียบร้อยแล้ว เราจะสังเกตเห็นรูปลักษณ์ของเว็บไซต์ที่เปลี่ยนไป เพื่อให้เข้ากับธีมนั้นนั่นเอง

 

นอกจากนี้ เรายังสามารถวางเมาส์ไว้เหนือธีม เพื่อเลือก "แสดงตัวอย่างธีม (Live Preview)" ได้อีกด้วย หากเราเลือกปุ่มนี้ WordPress จะแสดงให้เราเห็นว่าเว็บไซต์จะเป็นเช่นไรในธีมนี้ สำหรับแนวทางในการเลือกธีม สามารถทำได้ดังนี้

 

  • ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าธีมที่ "ดีที่สุด" แต่จงค้นหาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับความต้องการของเราเท่านั้น
  • ระบุสิ่งที่เราอยากได้สำหรับเว็บไซต์ และมองหาธีมที่มีคุณสมบัติเหล่านั้น โดยพิจารณาวิดเจ็ตที่มาพร้อมกับธีมนั้น
  • ตรวจสอบเว็บไซต์ของคู่แข่ง เว็บไซต์เหล่านั้นมีคุณสมบัติที่เราต้องการหรือไม่? ถ้าใช่ ให้เพิ่มสิ่งเหล่านั้นลงในสิ่งที่เราอยากได้
  • เลือกธีมที่รองรับการใช้งานบนมือถือ หมายความว่าธีมจะปรับให้พอดีกับขนาดเบราว์เซอร์หรืออุปกรณ์ของผู้เยี่ยมชมโดยอัตโนมัติ หากมีผู้เยี่ยมชมใช้แท็บเล็ต เบราว์เซอร์จะปรับขนาดโดยอัตโนมัติเพื่อประสบการณ์การแสดงผลที่ดีที่สุดบนแท็บเล็ต

 

4. การติดตั้งปลั๊กอิน WordPress

WordPress เป็นแพลตฟอร์มโอเพนซอร์ซ นักพัฒนาสามารถสร้างธีมและปลั๊กอินที่จะปรับปรุงรูปแบบของเว็บไซต์และอนุญาตให้เว็บไซต์ทำงานเฉพาะได้

 

ตัวอย่าง สมมติว่าเราต้องการเพิ่มลิงก์โซเชียลมีเดียบนเว็บไซต์ แต่เราไม่มีความรู้เรื่องโค้ด สิ่งที่เราต้องทำคือค้นหาปลั๊กอินที่จะช่วยให้เราเพิ่มปุ่มโซเชียลได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ดใดๆ นั่นเอง

 

ไม่ว่าเราต้องการทำอะไรบนเว็บไซต์ ก็มักจะมีปลั๊กอินที่ช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายได้ ต่อไปนี้เป็นวิธีค้นหาและเปิดใช้งานปลั๊กอินบนไซต์ WordPress

 

  • ให้เราดูที่แดชบอร์ดด้านซ้าย คลิกที่ “ปลั๊กอิน (Plugins)” ซึ่งจะนำเราไปยังหน้าปลั๊กอิน
  • จากนั้น คลิกที่ “เพิ่มใหม่ (Add New)” ซึ่งจะนำเราไปยังหน้าเพิ่มปลั๊กอิน
  • เมื่อเรามาที่หน้านี้ เราสามารถค้นหาปลั๊กอินที่เราต้องการได้ในช่องค้นหา
  • เมื่อเราพบปลั๊กอินแล้ว ให้คลิก "ติดตั้งทันที (Install Now)" และจากนั้นคลิก "เปิดใช้งาน (Activate)"

 

ทันทีที่เปิดใช้งานปลั๊กอิน WordPress จะแนะนำขั้นตอนการตั้งค่าและกำหนดค่าปลั๊กอินสำหรับเว็บไซต์ของเรา เช่น หากเราติดตั้งและเปิดใช้งานปลั๊กอินเพื่อตั้งค่าลิงก์โซเชียลมีเดียบนเว็บไซต์ ปลั๊กอินจะขอให้เราเพิ่มตัวจัดการโซเชียลมีเดียที่ไม่ซ้ำใครในกล่องที่เกี่ยวข้องและบันทึกข้อมูล เมื่อเราดำเนินการเสร็จสิ้น เราก็จะเห็นลิงก์โซเชียลมีเดียบนเว็บไซต์ของเรา

 

ทั้งนี้ WordPress มีปลั๊กอินหลายพันตัว และปลั๊กอินที่เราเปิดใช้งานจะขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราต้องการแสดงบนเว็บไซต์ หากปลั๊กอินฟรีไม่ตอบสนองความต้องการของเรา เรายังสามารถซื้อหรือดาวน์โหลดปลั๊กอินได้จากเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ส่วนการติดตั้งปลั๊กอินก็มีวิธีการที่คล้ายคลึงกัน แต่อาจแตกต่างกันเล็กน้อย เมื่อเราไปที่หน้า "เพิ่มปลั๊กอิน (Add Plugins)" เราจะสังเกตเห็นตัวเลือกที่ระบุว่า "อัปโหลดปลั๊กอิน (Upload Plugin)"

 

หากเราคลิกที่ช่องนี้ WordPress จะขอให้เราลากและวาง หรือเลือกไฟล์ .zip ของปลั๊กอินที่เราเพิ่งดาวน์โหลดมา ในขั้นตอนนี้ การติดตั้งและเปิดใช้งานจะเหมือนกับที่เราเลือกปลั๊กอินจากภายใน WordPress นั่นเอง

 

การปรับแต่งเว็บไซต์ขึ้นอยู่กับความต้องการของเรา 100% ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของเว็บไซต์ ข้อมูลบนเว็บไซต์ และการทำงานของเว็บไซต์ หากเรายังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นทำเว็บไซต์อย่างไร สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ อยากทำเว็บไซต์ ควรเตรียมตัวอย่างไร?

 

 

 

 

อ้างอิง: wpbeginner.com, hostgator.com

 

---Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO รับทำการตลาดออนไลน์ รับทำโฆษณา Facebook รับทำเว็บไซต์ ขอนแก่น และรับทำเว็บไซต์ทั่วประเทศ---