06 พฤศจิกายน 2566 ครีเอทีฟด้านการสื่อสารทางการตลาดออนไลน์ และการออกแบบเว็บไซต์
การบำรุงรักษาเว็บไซต์คืออะไร และเหตุใดจึงสำคัญ

แน่นอนว่าเว็บไซต์นั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ จุดประสงค์ ที่อาจกลายเป็นการขายผลิตภัณฑ์, การแบ่งปันข้อมูล, การตลาดผ่านอีเมล หรือให้บริการเป็นต้น ฉะนั้นไม่ว่าวัตถุประสงค์ของเว็บไซต์จะเป็นอย่างไรก็ต้องได้รับการดูแลเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย!!

 

ดังนั้นหากเราเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก เราทราบดีว่าการดูแลเว็บไซต์นั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของเรา แต่...การบำรุงรักษาคืออะไรเราไปทำความเข้าใจกันเลยดีกว่าครับ!! 

 

การบำรุงรักษาเว็บไซต์คืออะไร 

สำหรับการบำรุงรักษาเว็บไซต์นั้น เป็นกระบวนการที่ทำให้เว็บทันสมัย เป็นปัจจุบัน และทำงานได้อย่างราบรื่น หรือทำงานได้อย่างเหมาะสมที่สุด โดยการบำรุงรักษาเว็บไซต์ประกอบด้วยงานต่างๆ เช่น 

  • การตรวจสอบว่าลิงก์ทั้งหมดสามารถใช้งานได้

  • อัปเดต Content อยู่เป็นประจำ (ทุกวัน)

  • การแก้ไขลิงก์เสีย

  • พัฒนาด้านประสบการณ์ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น (UX/UI)

  • ตรวจสอบประสิทธิภาพการค้นหา (SEO)

และอย่างไรก็ตามนอกจากนี้ ยังเกี่ยวข้องกับงานดูแลทำความสะอาดทั่วไป เช่น 

  • การสำรองข้อมูลไซต์ของเราเป็นประจำ

  • การตรวจสอบประสิทธิภาพไซต์ของเรา

  • การตรวจสอบเรื่องการติดแคช มัลแวร์ และอื่นๆ ที่ไม่พึงประสงค์เป็นต้น 

 

ประเภทของการดูแลเว็บไซต์

1. แผนการสนับสนุนและบำรุงรักษา: แน่นอนว่าวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลรักษาเว็บไซต์ให้ทันสมัยอยู่เสมอคือการลงทะเบียน "เพื่อรับแผนการสนับสนุนและการบำรุงรักษา" โดยแผนประเภทนี้มักจะรวมบริการข้างต้นทั้งหมด เช่นเดียวกับบริการที่สำคัญอื่นๆ เช่น เว็บโฮสติ้ง การรองรับ SSL และการสนับสนุนทางอีเมล

 

2. อัปเดตความปลอดภัย: บริษัทพัฒนาเว็บไซต์ออกแพตช์รักษาความปลอดภัย เพื่อแก้ไขช่องโหว่ในซอฟต์แวร์ของตน โดยโปรแกรมแก้ไขถือเป็นสิ่งสำคัญในการทำให้เว็บไซต์ของเราปลอดภัยจากเหล่าแฮกเกอร์ ดังนั้นการติดตั้งทันทีที่พร้อมใช้งานจึงเป็นสิ่งสำคัญ 

 

3. การตรวจสอบ SEO: การตรวจสอบ SEO ของเว็บไซต์ของเราเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้แน่ใจว่าจะปรากฏในเครื่องมือค้นหา ซึ่งรวมถึงการติดตามอันดับเว็บไซต์ของเรา ลิงก์ย้อนกลับ และการเข้าชมเว็บไซต์ของเรา 

 

การตรวจสอบ SEO สามารถช่วยเราระบุปัญหาที่อาจเกิดขึ้นและดำเนินการแก้ไขได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้เราติดตามความคืบหน้าเมื่อเวลาผ่านไปและวัดความสำเร็จของเราได้

 

4. การอัปเดต Content Plugin และ theme: แน่นอนปลั๊กอินและธีมช่วยขยายฟังก์ชันการทำงานของเว็บไซต์ของเรา แต่เช่นเดียวกันกับซอฟต์แวร์อื่นๆ พวกเขาจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถใช้งานได้ ร่วมกับเว็บเบราว์เซอร์และแพตช์ความปลอดภัยล่าสุด 

 

5. การตรวจสอบสถานะการออนไลน์: การตรวจสอบสถานะการออนไลน์ สามารถช่วยให้เราแน่ใจว่าเว็บไซต์ของเราจะพร้อมใช้งานเมื่อมีคนพยายามเข้าถึง โดยเป้าหมายคือการรักษาสถานะการออนไลน์ของเว็บไซต์ของเราให้ใกล้เคียง 100% มากที่สุดเมื่อไซต์ของเราล่ม และเราจะต้องทราบเกี่ยวกับไซต์ดังกล่าว เพื่อที่เราจะได้ดำเนินการเพื่อให้เว็บไซต์กลับมาใช้งานได้โดยเร็วที่สุด!!

 

6. การอัปเดต Content: เนื้อหา (Content) ของเว็บไซต์ของเราควรได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยเพื่อให้แน่ใจว่ามีความเกี่ยวข้องและถูกต้อง ซึ่งรวมถึงการเพิ่มบล็อกโพสต์ใหม่ การอัปเดตคำอธิบายผลิตภัณฑ์ และการลบเนื้อหาที่ล้าสมัย ซึ่งอาจทำให้เว็บไซต์ของเราดูไม่เป็นมืออาชีพและอาจทำให้ผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าหันเหความสนใจไปได้

 

7. การทดสอบการเข้าถึง: สำหรับการทดสอบการเข้าถึงเว็บไซต์ของเรานั้นเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนสามารถใช้เว็บไซต์ของเราได้ ซึ่งรวมถึงผู้ทุพพลภาพ ผู้ที่ใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ และผู้ที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตช้า เป็นต้น

 

8. การสำรองข้อมูลและการกู้คืนระบบ: การสำรองข้อมูลเว็บไซต์ของเราเป็นสิ่งสำคัญในกรณีที่มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น การวางแผนการกู้คืนความเสียหายช่วยให้มั่นใจได้ว่าเราสามารถสำรอง และดำเนินการเว็บไซต์ของเราได้อย่างรวดเร็วในกรณีที่เกิดปัญหาใหญ่ ฉะนั้นการสำรองข้อมูลจึงช่วยป้องกันข้อมูลที่จะสูญหาย และช่วยให้มั่นใจได้ว่าเราสามารถกู้คืนไซต์ของเราได้หากไซต์ถูกแฮ็กหรือเสียหายนั่นเอง 

 

9. จัดการผู้ใช้: หากเว็บไซต์ของเรามีผู้ใช้ เราจะต้องจัดการบัญชีของพวกเขา ซึ่งรวมถึงการสร้างและการลบบัญชีผู้ใช้ การรีเซตรหัสผ่าน และการจัดการสิทธิ์ การจัดการผู้ใช้ยังรวมถึงการล้างรายชื่อผู้ใช้ด้วยการลบบอตและบัญชีสแปมออกเป็นต้น

 

10. ตรวจสอบประสิทธิภาพและการเพิ่มประสิทธิภาพ: การตรวจสอบประสิทธิภาพเว็บไซต์ของเรา สามารถช่วยให้เราระบุปัญหาที่อาจเกิดขึ้นและดำเนินการเพื่อให้ไซต์ของเราทำงานได้อย่างราบรื่น การเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์ของเราสามารถช่วยปรับปรุงความเร็วและการตอบสนองของเว็บไซต์ของเราได้ โดยเกี่ยวข้องกับการปรับปรุงเวลาในการโหลดหน้าเว็บ การปรับขนาดรูปภาพให้เหมาะสม และการลดขนาดโค้ด

 

11. การสแกนความปลอดภัย: การสแกนความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญในการบำรุงรักษาเว็บ เพื่อให้แน่ใจว่าไซต์นั้นปลอดภัยจากภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น การสแกนเว็บไซต์เป็นประจำสามารถระบุและแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ก่อนที่จะสร้างความเสียหายใดๆ ซึ่งจะช่วยปกป้องทั้งเว็บไซต์และผู้ใช้จากอันตรายที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการสแกนเว็บไซต์ยังช่วยปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้อีกด้วย!!

 

ควรดูแลเว็บไซต์บ่อยแค่ไหน

ความถี่ที่เราต้องบำรุงรักษาเว็บไซต์ ขึ้นอยู่กับขนาดและความซับซ้อนของเว็บไซต์ของเรา และความถี่ในการอัปเดต โดยทั่วไป เป็นความคิดที่ดีที่จะทำการบำรุงรักษาเว็บไซต์อย่างน้อยเดือนละครั้ง แต่บ่อยกว่านี้หากเป็นไปได้ สิ่งนี้จะช่วยให้แน่ใจว่าเว็บไซต์ของเราเป็นข้อมูลล่าสุดและทำงานได้อย่างราบรื่นนั่นเอง

 

เหตุใดการบำรุงรักษาเว็บไซต์ถึงสำคัญ

การบำรุงรักษาเว็บไซต์มีความสำคัญด้วยเหตุผลหลายประการ โดยเหตุผลที่ชัดเจนที่สุดคือ การทำให้เว็บไซต์ของเราทำงานได้อย่างถูกต้อง และอย่างไรก็ตาม มีเหตุผลอื่นๆ ที่ต้องดูแลเว็บไซต์ของเราเป็นประจำ เช่น 

  • การทำให้เว็บไซต์ของเราดูใหม่และปรับปรุงอยู่เสมอ 

  • ทำให้มั่นใจว่าผู้เยี่ยมชมจะได้รับประสบการณ์ที่ดีเมื่อเยี่ยมชม

  • ปรับปรุงอันดับ SEO ของเรา

  • และอื่นๆ ขึ้นอยู่กับไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ของนักพัฒนาด้วย

# การออกแบบเว็บไซต์

# การพัฒนา WEB APPLICATION

# การพัฒนา MOBILE APPLICATION

#ตัวอย่างเว็บไซต์

 

 

 

 

---Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO รับทำการตลาดออนไลน์ รับทำโฆษณา Facebook รับทำเว็บไซต์ ขอนแก่น และรับทำเว็บไซต์ทั่วประเทศ

ข้อมูลจาก: mailchimp