What is IOT ?
12 ธันวาคม 2563

What is IOT ?

IOT หรือ Internet of Things คือหนึ่งในเทคโนโลยีหลักที่ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆในยุคปัจจุบัน เมื่ออุปกรณ์และเครื่องใช้ต่างๆ ตั้งแต่รถยนต์ไปถึงจนเครื่องใช้ไฟฟ้า ทุกอย่างแทบถึงเชื่อมโยงผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ตทั้งหมด เพื่อได้ตอบสนองต่อชีวิตประจำวันของเราให้ได้สะดวกสบายมากขึ้น

หากวันนี้คุณยังไม่รู้จัก Internet of Things (IoT) คุณอาจจะพลาดโอกาสสำคัญในชีวิตไปก็ได้ IoT คือเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เข้าด้วยกันผ่านสัญญาณอินเตอร์เน็ตแบบไร้สาย ช่วยสลายอุปสรรคด้านเวลาและสถานที่ช่วยให้คุณสามารถใช้งานอุปกรณ์อัจฉริยะ (smart device) จากระยะไกลไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนบนมุมโลกได้อย่างง่ายดาย

IOT คืออะไร?
Internet of Things คือคำที่ใช้นิยามแทนอุปกรณ์ทั่วไป (นอกเหนือจากคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน) ที่ได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเพื่อรับส่งข้อมูล เช่นหลอดไฟที่สามารถสั่งการเปิดปิดได้ โดยผ่านคำสั่งจากแอปพลิเคชั่น เป็นต้น 

แนวคิดนี้ได้ถูกเริ่มพูดถึงตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1980-1990 โดยเควิน แอชตัน ศาสตราจารย์จาก MIT เป็นคนแรกที่ใช้คำนี้ เพื่ออธิบายหลักการทำงานของระบบ แต่การพัฒนาได้เป็นไปอย่างล่าช้า เพราะเทคโนโลยีในยุคนั้นยังไม่มีความพร้อมมากเท่าไหร่ 

กระทั่งในปัจจุบันการนำเทคโนโลยี RFID หรือระบบฉลากระบุเอกลักษณ์ด้วยคลื่นวิทยุ ซึ่งมีราคาถูกและประหยัดพลังงาน ได้นำมาประยุกต์ใช้ในการเชื่อมต่อ ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญให้แนวคิดนี้ได้ขยับใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น 

5 เหตุผลที่ IoT จะทำให้คุณกลายเป็นเศรษฐีได้อย่างง่ายดาย
ด้วยเหตุผลเบื้องต้น การเรียนรู้เกี่ยวกับ IoT จึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะคุณสามารถใช้องค์ความรู้เกี่ยวกับ IoT ไปต่อยอดสร้างโอกาสในชีวิตได้อย่างมากมาย ที่สำคัญเนื่องจาก IoT จะกลายเป็นนวัตกรรมที่เข้ามาขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและกำหนดทิศทางตลอดสินค้าและบริการในอนาคต IoT จึงอาจกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่คุณสามารถใช้เพื่อสร้างความร่ำรวยให้กับตนเอง เพราะอะไร? เรามี 5 เหตุผลที่จะยืนยันว่าทำไม IoT จะสามารถทำให้คุณกลายเป็นเศรษฐีได้อย่างไม่ยาก

1. IoT กำหนดพฤติกรรมของผู้บริโภค
จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของ IoT คือความสะดวกสบายที่มอบให้ในราคาที่เข้าถึงได้ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี IoT จำนวนมากอย่างสมาร์ทโฟน สมาร์ททีวี สมาร์ทวอชล้วนแล้วแต่เข้ามาแทนที่ผลิตภัณฑ์รูปแบบเดิม ๆ ที่ไม่สามารถเชื่อมต่อกับสัญญาณอินเตอร์เน็ตได้ ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนมาจับจ่ายใช้สอยสินค้าที่มีแนวโน้มใช้งานได้หลากหลายวัตถุประสงค์ (multifunction) มากยิ่งขึ้น ทำให้สินค้ารูปแบบดั้งเดิมขายได้น้อยลงและต้องลดจำนวนการผลิตลงไป IoT จึงเข้ามาเปลี่ยนแปลงความต้องการของตลาด และบังคับให้สินค้าในอนาคตต้องสามารถเชื่อมต่อกับสัญญาณอินเตอร์เน็ตและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ถึงจะขายได้นั่นเอง

2. ไลฟ์สไตล์ของผู้คนในอนาคตจะพึ่งพา IoT มากยิ่งขึ้น
ความสะดวกสบายและครบวงจรของอุปกรณ์อัจฉริยะทำให้ผู้คนในอนาคตไม่สามารถใช้ชีวิตโดยปราศจากการพึ่งพาผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วย IoT เหล่านี้ได้ ทำให้เทคโนโลยีดังกล่าวเป็นตัวแปรสำคัญในการเปลี่ยนแปลงสังคมให้เข้าสู่สังคมดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ และผู้ประกอบการที่สามารถใช้ IoT ในการออกแบบสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้ก็จะสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำได้เลยทีเดียว

3. IoT มีบทบาทสำคัญในทุกอุตสาหกรรม
ความก้าวหน้าของ IoT ไม่ได้ถูกใช้เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อความบันเทิงหรืออุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านอย่างเดียวเท่านั้น แต่บริษัทชั้นนำทั่วโลกได้นำ IoT มาปรับใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการกระบวนการผลิต และตรวจตราสินค้าต่าง ๆ ตลอดจนการจัดเก็บฐานข้อมูล สถิติ และรายละเอียดความต้องการของลูกค้าซึ่งช่วยเพิ่มพูนขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับบริษัทเหล่านั้น อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนในการผลิตสินค้าและบริการทำให้สามารถขายสินค้าได้ในราคาที่ถูกลงและกระตุ้นยอดขายให้เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย

4. IoT สามารถประยุกต์ใช้กับทุกภาคส่วน
เทคโนโลยี IoT สามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกองค์กรไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการหรือบริษัทเอกชน เนื่องจากทุกองค์กรล้วนแล้วแต่มีระบบบริหารงานบุคคล และการจัดเก็บฐานข้อมูล ตลอดจนระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลและสถานที่ ด้วยเหตุนี้ IoT จึงเข้ามามีบทบาทในการอำนวยความสะดวกให้การทำงานของภาครัฐและเอกชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อระบบฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานราชการ การประสานงานทางไกล รวมทั้งการจัดเก็บและบริหารข้อมูลผ่านระบบ Big Data ที่ช่วยลดระยะเวลาในการทำงาน และสามารถโยกย้ายทรัพยากรบุคคลไปทำงานในตำแหน่งที่สามารถยกระดับประสิทธิภาพในการทำงานขององค์กรได้ดีมากยิ่งขึ้น

5. IoT สามารถต่อยอดและเชื่อมโยงกับนวัตกรรมแห่งอนาคตอื่น ๆ
เทคโนโลยี IoT สามารถทำงานร่วมกับนวัตกรรมแห่งอนาคตอื่น ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี Blockchain, Big Data, Sensor ตลอดจนการเขียนโปรแกรมหรือแอพพลิเคชั่น ซึ่งทำให้ IoT เป็นหนึ่งในศาสตร์ที่สามารถประยุกต์ใช้และต่อยอดเพื่อสร้างนวัตกรรมเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมากมายหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำงานร่วมกับ Sensor อุณหภูมิหรือแสงแดด เช่น ผ้าม่านอัตโนมัติที่เปิด-ปิดตามระดับของแสงแดด หรือเครื่องปรับอากาศที่เพิ่ม-ลดอุณหภูมิตามความเหมาะสมของอุณหภูมิห้อง

รวมทั้งนวัตกรรมการควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระยะไกลที่สามารถใช้ในการอุตสาหกรรมหรือการเกษตรได้ เช่น การเปิด-ปิดระบบน้ำสำหรับแปลงผักอัตโนมัติโดยการควบคุมการทำงานผ่านแอพที่ช่วยให้คนที่อยู่ในกรุงเทพฯ สามารถรดน้ำสวนผักที่ราชบุรีได้โดยไม่ต้องเดินทางไปรดด้วยตนเอง ตลอดจนการผสานการทำงานของ IoT เข้ากับ Big Data ที่ช่วยให้สามารถจัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ ของผู้คนได้ผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทำให้ในอนาคตเราอาจจะเห็นว่าการแจกแบบสอบถามให้กรอกนั้นจะถูกทำให้กลายเป็นสิ่งที่ล้าสมัยด้วยเทคโนโลยี IoT นั่นเอง

นวัตกรรม IoT นั้นเป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนในสังคมอย่างแน่นอน ซึ่งคุณสามารถใช้ความรู้เกี่ยวกับ IoT ในการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจได้ โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ตลาดเกี่ยวกับสินค้าอุปกรณ์อัจฉริยะยังเป็นตลาดของคนเฉพาะกลุ่ม (niche market) แต่เชื่อว่าในอนาคต ความต้องการในสินค้าและบริการที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี IoT จะเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน และคุณก็สามารถที่จะใช้ความรู้ความสามารถเกี่ยวกับ IoT ผลิตสินค้าและบริการเพื่อรองรับความต้องการของตลาด ซึ่งแน่นอนว่าในช่วงที่คู่แข่งยังน้อย สินค้าของคุณจะสามารถสร้างรายได้จำนวนมหาศาลได้อย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว