ต้องยอมรับว่าปัจจุบันการตลาดได้มีการก้าวหน้าพัฒนาไปตามรูปแบบการใช้ชีวิตในประจำวันของคนในสังคม เพื่อให้ตอบสนองความต้องการและมีความสอดคล้องกันมากที่สุดกับการใช้ชีวิต เมื่ออินเทอร์เน็ตได้มีบทบาทในสังคมไทยมากขึ้น การรับสารของเราก็มีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย นักการตลาดจึงต้องศึกษาและเตรียมปรับกลยุทธ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ
จากที่กล่าวข้างต้นว่าคนในสังคมนั้นมีการรับสารที่เปลี่ยนไป มีการรับสารที่รวดเร็วขึ้น ในขณะเดียวกันก็มีการรับข้อมูลที่สั้นลงถ้าหากเป็นสิ่งที่ไม่ได้ให้ความสนใจ มีการรับสารในรูปแบบข้อความสั้นๆ ที่อยู่บนรูปภาพ หรือเป็นรูปแบบวิดีโอที่มีภาพและเสียงอธิบายเพื่ออำนวยความสะดวกต่อผู้รับสารมากที่สุด นักการตลาดจึงต้องมีการคิดและหาหนทางที่ทำให้ผู้ที่รับสารนั้นเกิดสะดุดตาหรือให้ความสนใจเพียงชั่วพริบตา เพื่อให้เกิดเป็นความสนใจอย่างแท้จริง และเปลี่ยนสถานะมาเป็นลูกค้าของเราอีกด้วย
อ้างอิงจากผลสำรวจของ Demand Metric บริษัทวิจัยด้านการตลาดชื่อดังระดับโลก ได้เปิดเผยข้อมูลว่า นักการตลาดในปัจจุบันเกิน 70 เปอร์เซ็นต์ ใช้วีดิโอในการสร้างกลยุทธ์ทางการตลาด ซึ่งในจำนวนนั้นมีถึง 82 เปอร์เซ็นต์ที่ทำแล้วประสบผลสำเร็จ จากตัวเลขประสบความสำเร็จที่มากมายเช่นนี้ทำให้นักการตลาดได้ให้ความสำคัญกับการทำวิดีโอมากขึ้น และสำหรับสิ่งที่สำคัญในการทำ Video Marketing มีดังต่อไปนี้
ระบุเป้าหมาย
เริ่มต้นจากการตั้งเป้าหมายว่าต้องการให้สื่อสิ่งนี้ทำอะไร เพื่อใคร มีความหมายอย่างไร เช่น ต้องการสร้างความน่าสนใจให้กับผลิตภัณฑ์ใช้เพื่อประชาสัมพันธ์หรือให้คำแนะนำ หรือเป็นการโปรโมทแบรนด์และสินค้าของเรา เป็นต้น เนื่องจากการกำหนดเป้าหมายจะทำให้เรานั้นสามารถกำหนดเนื้อหา ช่องทาง วิธีการในการเผยแพร่ได้อย่างเหมาะสมมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นเราต้องมีการกำหนดเป้าหมายในการชี้วัด หรือเรียกว่ากำหนดดัชนีชี้วัดความสำเร็จ ยกตัวอย่างเช่น กำหนดความสำเร็จด้วยยอด View หรือกำหนดด้วยยอด Share เป็นต้น
สร้างเนื้อหาให้มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมาย
เมื่อมีกลุ่มเป้าหมายในการสร้างวิดีโอแล้ว สิ่งต่อมาคือต้องคิดว่าใครบ้างที่จะเป็นผู้ชม ผู้รับสาร ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากสื่อนี้ เพื่อให้ไปพัฒนาเนื้อหา ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายและมีความเหมาะสมมากที่สุด สามารถเข้าใจในความหมายได้ง่าย นอกจากนี้อย่ามองข้ามเรื่องความสร้างสรรค์และความแปลกใหม่ของเนื้อหา เพื่อสร้างการดึงดูดและความโดดเด่นให้กับวีดิโอด้วย
ควรมี Call to action
หมายถึงควรมีปุ่มแบนเนอร์ต่างๆ โดยหากอยู่ในเว็บไซต์ก็จะเป็นปุ่มสมัคร (Sign Up) ซื้อสินค้า (Buy Now) และปัจจุบันการรับชมวิดีโอจะเห็นปุ่มสมาชิก (Subscribe) เพื่อสมัครสมาชิกโผล่ขึ้นมา เป็นต้น เช่นกันถึงแม้ว่าวิดีโอของเราจะดีและเยี่ยมมากแค่ไหน เป้าหมายที่ได้คาดการณ์เอาไว้ก็อาจจะไม่สำเร็จหากปราศจากปุ่ม Call to Action ดังนั้น พยายามนึกถึงสิ่งที่เราต้องการให้ผู้ที่ได้รับชมวีดิโอลงมือทำหลังจากชมวีดิโอเสร็จ เช่น ใส่ปุ่มสั่งซื้อ การเข้าชมเว็บไซต์ หรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมใน Facebook เพิ่มเข้าไปในวีดิโอ เป็นต้น
เผยแพร่วิดีโอหลากหลายช่องทาง
เมื่อมีช่องทางในการเผยแพร่ ก็ควรใส่ไว้ให้ครอบคลุมที่สุด โซเชียลอื่นๆ ที่เหมาะสม หรือกลุ่มเป้าหมายที่คาดว่าจะนิยมใช้โซเชียลมีเดียประเภทนั้นๆ ด้วย อีกทั้งต้องแน่ใจว่าวิดีโอของเรานั้นสามารถรองรับในทุกๆ อุปกรณ์การรับชม ที่สำคัญการรับชมทางมือถือที่จะช่วยให้วิดีโอของเราเผยแพร่ได้ไวขึ้น เพราะว่าเป็นช่องทางการรับชมและเผยแพร่ที่สะดวกรวดเร็วที่สุดอีกช่องทางหนึ่ง
ที่มา : smethailandclub