Price-Oriented Strategy หรือ กลยุทธ์ที่เน้นราคาหรือราคาแข่งขัน เป็นกลยุทธ์การตลาดที่มุ่งเน้นการตั้งราคาเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดลูกค้า และทำให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการนั้น ๆ มีความน่าสนใจในตลาด การตั้งราคาที่เหมาะสมหรือมีความแข่งขันได้ช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้
ประเภทของกลยุทธ์ Price-Oriented Strategy
1. Penetration Pricing การตั้งราคาผลิตภัณฑ์ในระดับต่ำกว่าคู่แข่งหรือราคาตลาดเพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาลองใช้สินค้าในช่วงแรก เพื่อขยายฐานลูกค้าอย่างรวดเร็วและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด
2. Skimming Pricing การตั้งราคาผลิตภัณฑ์ในระดับสูงในช่วงแรกเมื่อผลิตภัณฑ์เปิดตัวใหม่หรือมีเทคโนโลยีเฉพาะตัว โดยตั้งราคาสูงเพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่พร้อมจ่าย เพื่อทำกำไรในระยะสั้นจากกลุ่มลูกค้าที่ยินดีจ่ายในราคาสูง และเมื่อเวลาผ่านไปสามารถลดราคาลงเพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่มีความสามารถในการจ่ายต่ำกว่า
3. Competitive Pricing การตั้งราคาผลิตภัณฑ์ให้เทียบเท่าหรือใกล้เคียงกับราคาของคู่แข่งในตลาด เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาด โดยไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัทมีราคาสูงเกินไป
4. Economy Pricing การตั้งราคาผลิตภัณฑ์ในระดับต่ำมาก โดยมุ่งเน้นที่ต้นทุนการผลิตที่ต่ำและขายในราคาที่สามารถเข้าถึงได้สำหรับกลุ่มลูกค้ารายได้ต่ำ เพื่อเข้าถึงตลาดขนาดใหญ่ด้วยสินค้าที่ราคาถูก และทำกำไรจากปริมาณการขายที่สูง
5. Psychological Pricing การตั้งราคาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าผลิตภัณฑ์มีราคาถูกหรือคุ้มค่ามากขึ้น เช่น การตั้งราคา 99 บาท แทนที่จะเป็น 100 บาท เพื่อสร้างความรู้สึกว่าผลิตภัณฑ์มีราคาถูกหรือคุ้มค่า และกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ
ข้อดีของ Price-Oriented Strategy
- การตั้งราคาต่ำหรือราคาที่แข่งขันได้จะช่วยให้ลูกค้าใหม่ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการ
- โดยเฉพาะในตลาดที่มีการแข่งขันสูง การตั้งราคาที่ดึงดูดสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดได้อย่างรวดเร็ว
-การตั้งราคาที่เหมาะสมสามารถทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงคุณค่าของผลิตภัณฑ์และกลับมาซื้อซ้ำ
ข้อเสียของ Price-Oriented Strategy
- การตั้งราคาต่ำในช่วงแรกอาจทำให้ธุรกิจมีกำไรน้อย ซึ่งต้องพึ่งพาการขายในปริมาณมาก
- การตั้งราคาตามคู่แข่งหรือการตั้งราคาต่ำอาจทำให้ธุรกิจต้องแข่งขันในด้านราคาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้ยากต่อการสร้างความแตกต่าง
- หากใช้กลยุทธ์การตั้งราคาต่ำตลอดเวลา ลูกค้าอาจไม่ยินดีที่จะซื้อในราคาปกติเมื่อมีการปรับขึ้นราคา
การใช้ Price-Oriented Strategy ให้ประสบความสำเร็จ
- การเข้าใจตลาดและพฤติกรรมของคู่แข่งจะช่วยให้ธุรกิจสามารถตั้งราคาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การตั้งราคาอาจต้องมีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์และความต้องการของตลาด เช่น หากตลาดเริ่มมีการแข่งขั้นสูงขึ้นอาจต้องลดราคาหรือใช้โปรโมชั่นเพื่อดึงดูดลูกค้า
- แม้ว่าจะตั้งราคาต่ำหรือแข่งขันกับคู่แข่ง แต่ต้องไม่ลดคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เพราะคุณค่าของสินค้าและบริการมีความสำคัญในการดึงดูดและรักษาลูกค้า
สรุป
กลยุทธ์ที่เน้นราคา (Price-Oriented Strategy) เป็นกลยุทธ์การตลาดที่ใช้ราคาเป็นเครื่องมือหลักในการดึงดูดลูกค้า โดยการตั้งราคาผลิตภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพสามารถช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดหรือขยายฐานลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ขึ้นอยู่กับลักษณะตลาดและความต้องการของลูกค้า
---Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO รับทำการตลาดออนไลน์ รับทำโฆษณา Facebook รับทำเว็บไซต์ ขอนแก่น และรับทำเว็บไซต์ทั่วประเทศ—
ข้อมูลจาก: นักเขียนนิรนาม