12 เมษายน 2565 ครีเอทีฟด้านการสื่อสารทางการตลาดออนไลน์ และการออกแบบเว็บไซต์
โอกาสหญิงไทยในโลกเทคโนโลยีที่กำลังพัฒนา

เมื่อไม่นานมานี้ทาง dtac และ facebook ได้ออกมาเปิดเผยว่าในโลกของเทคโนโลยีในประเทศไทยมีอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้คนที่เดินสายงานเทคโนโลยีโดยเฉพาะผู้หญิงไทยที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก เช่นสายงานนายช่าง สายงานวิศวกรรมโอบล้อม เป็นต้น

 

จากข้อมูลระบุว่า การทำงานทั้งชายและหญิงมีความแตกต่างกันไม่มากนัก ซึ่งจะส่งผลดีต่องาน ทั้งนี้ Facebook ยังได้เผยอีกว่า จำนวนของผู้ที่เป็นเจ้าของธุรกิจต่างๆ เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้หญิงที่เป็นเจ้าของธุรกิจฯ ซึ่งวัดจากสถิติในช่วงโควิดที่ผ่านมาครับ

 

ชารัด เมห์โรทรา ซึ่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ dtac กล่าวว่า “แรงงานที่สมดุล จะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้แรงงานองค์กรสำเร็จ ถึงอย่างไรอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี (TMT) ก็มักจะถูกมองว่า ขาดสมดุล โดยเฉพาะในแง่ของเพศสภาวะ”

 

รายงานของ Deloitte Insights ยังได้ระบุไว้ว่า “สัดส่วนของผู้หญิงในบริษัทชั้นนำระดับโลก คิดเป็นเพียง 25% แต่ในทางกลับกันบริษัทขนาดกลางลงไปจนถึงขนาดเล็ก ด้วยข้อจำกัดทางทรัพยากรต่างๆ ทำให้ขาดความหลากหลายในระดับองค์กร ทั้งนี้ก็มาจากปัจจัยจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยครับ

 

ข้อดีของการมีทรัพยากรที่หลากหลายโดยเฉพาะผู้หญิงในยุคปัจจุบันมีการทำงานที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นงานช่างวิศวกรรมต่างๆ ซึ่งในส่วนนี้จะช่วยให้เติมจุดแข็งจุดอ่อนให้ซึ่งกันและกัน เพราะในปัจจุบันไม่ว่าจะหญิงหรือชายก็ทำงานได้เหมือนกันหมดเพราะมีเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาเป็นตัวช่วยซึ่งในส่วนนี้ทำให้ไม่ต้องทำงานหนัก ตัวอย่างเช่น ผู้หญิงจะมีความละเอียดทั้งงานและด้านความคิด นี่คือจุดแข็งที่จะช่วยให้เกิดการวิเคราะห์ที่ดีจากงาน เนื่องจากในส่วนของงานต่างๆ จะมี Data analytics โดยตั้งสมมติฐานหาคำตอบที่สงสัย เพื่อหาอินไซต์ จากข้อมูลนั้นๆ ซึ่งจะนำไปสู่การหาข้อมูลที่ตรงจุดและมีความแม่นยำในการแก้ปัญหามากยิ่งขึ้นครับ

 

ในปัจจุบันเราจะเห็นว่ามีการเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมทางเพศสภาพมากยิ่งขึ้นหรือแม้กระทั่งในวิชาเรียนยังมุ่งเน้นให้เรียนรู้เรื่องเพศสภาพความหลากหลายทางเพศ ดังนั้นการเปลี่ยนผ่านทางสายงานเทคโนโลยีจึงมีมิติทางเพศที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และสายงานวิศวกรรมที่เปิดกว้างจากอดีต

 

จากบทความข้างต้นในอดีตส่วนมากเรามักจะได้ยินว่าผู้หญิงทำงานหนักสู้ผู้ชายไม่ได้ เพราะปัจจัยทางกายภาพ และค่านิยมทางสังคมที่ล้าหลัง ในส่วนนี้ทำให้อัตราค่านิยมที่ผู้หญิงเรียนสายวิศวกรรมมีน้อยมากจากช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งในปัจจุบันผู้หญิงแสดงให้เห็นว่าปัจจัยทางกายภาพไม่มีผลต่อการเรียนสายวิศวกรรมและการทำงานที่ถูกมองว่าสู้ผู้ชายไม่ได้ แต่ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีต่างๆ และความคิดที่ถูกพัฒนาขึ้นจะช่วยแบ่งเบาภาระแรงกายสามารถทำให้คนทำงานได้เท่ากันไม่ว่าจะเป็นหญิงชายหรือเพศสภาพก็ตาม โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันแล้วครับ

 

แพร ดำรงค์มงคลกุล Country Director Facebook ประเทศไทย ในนาม Meta กล่าวว่า “จากผลการวิจัยแนวโน้มที่ผู้หญิงเป็นเจ้าของธุรกิจ จะต้องเผชิญกับความท้าทายกับเศรษฐกิจมากกว่า ซึ่งมาจากธุรกิจที่มีขนาดเล็กและทำกำไรได้น้อยจากการเติบโตและอัตราการปิดตัวสูง” 

 

แต่ในทางกลับกันผู้หญิงไทยนั้นต้องเจอกับความท้าทายต่างๆ นับไม่ถ้วน ซึ่งในปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่าผู้หญิงมีการใช้แพลตฟอร์มของ Mata มากยิ่งขึ้น ส่วนหนึ่งก็มากจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จากผลการวิจัยพบว่าธุรกิจบน Instagram (อินสตาแกรม) ที่ระบุว่าเจ้าของเป็นผู้หญิงมีการเติบโตขึ้นมากกว่า 17% ทั้งนี้ยังพบอีกว่าจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีธุรกิจบน Facebook เติบโตมากถึง 50% ที่มีเจ้าของเป็นผู้หญิงนั่นเองครับ

 

ในปัจจุบันโลกได้เปลี่ยนไปแล้วทั้งความคิดและเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามามีส่วนในการดำเนินชีวิตประจำวันสร้างความสะดวกสบายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหญิงชายหรือเพศสภาพก็ตาม จากสถานการณ์ของโรคโควิด-19 แสดงให้เห็นว่า “การที่ผู้หญิงเป็นเจ้าของธุรกิจมากกว่าครึ่งหนึ่งของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” คือการปลดล็อกศักยภาพของผู้หญิง เพื่อสร้างความยืดหยุ่น ความเท่าเทียมทางสังคมที่ไม่มองข้ามหรือทิ้งใครไว้ข้างหลังทุกคนมีความสามารถเหมือนกันหมด ดังนั้นในปัจจุบันทุกอย่างได้เปิดกว้าง จึงเป็นสิ่งที่ดีที่ทุกคนไม่ว่าจะเพศไหนก็ตามที่จะได้แสดงความสามารถนั้นออกมาโดยที่ไม่ถูกปิดกั้นครับ




 

---Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO รับทำการตลาดออนไลน์ รับทำโฆษณา Facebook รับทำเว็บไซต์ ขอนแก่น และรับทำเว็บไซต์ทั่วประเทศ—  

ข้อมูลจาก : thairath.co.th