12 ตุลาคม 2561
รู้ไว้ปลอดภัย พฤติกรรมออนไลน์กับพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

 

เรารักความเป็นอิสระในการเล่นอินเทอร์เน็ต ชอบที่จะท่องโลกอินเทอร์เน็ตตามความต้องการ แต่ในบางครั้งความเร็ว ความสนุก รวมไปถึงความพึงพอใจในการเล่นอาจทำให้เราลืมตัวว่าบางสิ่งบางอย่างนั้นอาจส่งผลเสียต่อบุคคลอื่นได้เช่นกัน ถึงแม้ว่าจะเป็นโลกอินเทอร์เน็ตที่บางอย่างไม่สามารถจับต้องได้ก็ตาม เมื่อเป็นเช่นนี้เราควรระมัดระวังการเล่นอินเทอร์เน็ตเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ปัจจุบันได้มีการออกพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพื่อรักษาผลประโยชน์และปกป้องประชาชนทุกคน เพื่อที่ว่าในบางครั้งการกระทำที่ไม่ได้ยั้งคิดอาจจะเป็นการล้ำสิทธิโดยที่เราไม่อาจทราบได้ เมื่อมีกฎหมายเหล่านี้ออกมา เหล่าคนยุคใหม่ที่มีอินเทอร์เน็ตในชีวิตประจำวัน หรือเป็นส่วนหนึ่งไปแล้ว จึงจำเป็นต้องรู้เอาไว้ เพื่อให้เรานั้นเป็นคนยุคใหม่ที่ดีและมีคุณภาพ

เพราะบางเรื่องอาจจะเป็นเรื่องใหญ่ของบางคน เมื่อเรามีการใช้กฎหมายอย่างถูกต้อง นอกจากจะดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปลอดภัยแล้ว เรายังมีความสุขจากการไม่เบียดเบียนผู้อื่นหรือทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนอีกด้วย และเช่นกันถึงแม้ว่าจะเล็กน้อยแต่ก็เริ่มได้จากตัวเรา

1.การฝากร้าน
เราอาจจะเคยเห็นการฝากร้านตามอินสตาแกรมของดารา หรือตามคอมเมนต์โซเชียลต่างๆ ที่ยอดนิยม เพื่อหวังว่าจะมีผู้ใช้งานอื่นๆ ได้มาเห็นโพสต์ และทำการโฆษณาต่างๆ ได้สำเร็จ หรือการโพสต์ใน Facebook ของผู้อื่นเช่นกัน เหล่านี้มีความผิดซึ่งถือว่าเป็นสแปม อีกทั้งยังทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน มีโทษปรับ 200,000 บาท

2.การส่ง SMS โดยไม่ได้รับการยินยอม
หลายท่านอาจจะเคยได้รับ SMS เกี่ยวกับโฆษณาหรือการบอกข่าวสารต่างๆ ในบางครั้งอาจเป็นสิ่งที่เราไม่ได้ต้องการหรือไม่ยินยอมที่จะรับข้อความเหล่านั้น โดยในที่นี้เราสามารถปฏิเสธการรับข้อความเหล่านั้นได้ เพราะไมใช่ความประสงค์ของเราตั้งแต่แรก และหากไม่ปฏิบัติตามหรือมีการส่งข้อความมาอยู่เสมอ จะถือว่าเป็นสแปมและมีความผิด มีโทษปรับ 200,000 บาท

3.การส่ง Email แฝงธุรกิจไปยังผู้อื่น
การส่งอีเมลที่มีการแฝงธุรกิจ หรือขายสินค้า ถือว่าเป็นการส่งข่าวสารที่ไม่ได้รับการยินยอมจากผู้รับ มีความผิดคล้ายกับข้อข้างต้นที่เป็นการส่ง SMS โดยไม่ได้รับการยินยอมซึ่งการส่งอีเมลในลักษณะนี้ถือว่าเป็นสแปมและมีความผิด มีโทษปรับ 200,000 บาท

4.การกดไลค์ (Like) ตามเพจหรือโพสต์ 
หากโพสต์นั้นเป็นโพสต์ที่เสี่ยงต่อการกระทบบุคคลที่สาม หรือเกี่ยวกับข้อมูลที่ทำให้บุคคลอื่นได้รับความเสียหาย การแสดงความคิดเห็นด้วยการ Like สามารถทำได้ไม่ถือว่าเป็นการผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นข้อยกเว้น แต่มีความเสี่ยงเข้าข่ายความผิดมาตรา 112 หรือการมีความผิดร่วม


5.การแชร์โพสต์ (Share) ถือว่าผิดกฎหมาย
เมื่อโพสต์เหล่านั้นมีความเสี่ยงที่จะสร้างความเสี่ยงหายต่อบุคคลอื่น หรือกระทบบุคคลที่สาม การที่เราได้ทำการแชร์โพสต์นั้นเทียบเท่ากับว่าเป็นการเผยแพร่ข่าวสาร ซึ่งถือว่ามีความผิดเพราะอาจเข้าข่ายมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่ว่ามีข้อความกระทบบุคคลที่สาม


6.หากพบข้อมูลที่ผิดกฎหมายในคอมพิวเตอร์สามารถลบได้และไม่มีความผิด
ถ้าหากมีข้อมูลที่ผิดกฎหมายและไม่ชอบมาพากลอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา ซึ่งไม่ใช่ข้อมูลของเจ้าของคอมพิวเตอร์ได้สร้างขึ้นมาเอง เราสามารถไปแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบ จากกนั้นหากแจ้งแล้วลบข้อมูลออกเจ้าของเครื่องคอมพิวเตอร์จะไม่มีความผิดใดๆ ตามกฎหมาย หรือข้อมูลบางอย่างที่อยู่บนเว็บไซต์เช่นกัน ตัวอย่างเช่น หากเราพบการแสดงความคิดเห็นในเว็บไซต์ที่ไม่ถูกต้อง หรือผิดกฎหมาย เราสามารถแจ้งไปยังผู้ดูแลเว็บไซต์ หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อทำการลบได้ทันที เจ้าของระบบก็จะไม่มีความผิด


7.ผู้ดูแลเพจอาจมีความผิดหากไม่ตรวจสอบข้อมูล  
เมื่อผู้ดูแลเพจเปิดให้มีการแสดงความคิดเห็นเกิดขึ้นที่เพจ หากมีข้อความใดๆ ที่อาจสร้างความเสียหาย หรือผิดกฎหมาย ผู้ดูแลเพจสามารถลบข้อความเหล่านั้นออกได้ทันที เมื่อทำการลบข้อความเหล่านั้นแล้ว ถือว่าไม่มีข้อมูลหรือข้อความใดๆ ในพื้นที่ที่ผู้ดูแลเพจได้ทำการดูแล ถือว่าผู้ดูแลเพจนั้นๆ ไม่มีความผิด


8.ไม่โพสต์สิ่งลามก อนาจาร
การเผยแพร่สิ่งลามกอนาจารไปสู่บุคคลอื่น ถือว่าเป็นความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 


9.ระมัดระวังการโพสต์เกี่ยวกับเยาวชน
ข่าวสารที่เกี่ยวกับเยาวชนในปัจจุบันนี้มักจะเกี่ยวกับสิ่งีท่ทำให้เสียหาย ดังนั้นหากทำการโพสต์หรือเผยแพร่ควรปิดบังหน้าเอาไว้ด้วย และที่สำคัญคือข้อมูลนั้นๆ ต้องไม่ทำให้ผู้อื่นเสียหาย แต่จะยกเว้นหากเป็นข่าวสารที่ยกย่อง เชิดชู และให้เกียรติ สามารถโพสต์ภาพที่เผยแพร่หน้าของเยาวชนได้

10.การให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต
เมื่อเกิดเรื่องที่มีผู้เสียชีวิตเกิดขึ้น การให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต ต้องเป็นความจริงและไม่ทำให้เกิดการเสื่อมเสียงชื่อเสียง หรือเกิดการดูหมิ่นและเกลียดชัง เพราะญาติสามารถฟ้องร้องได้ตามกฎหมาย

11.การโพสต์ด่าหรือต่อว่าผู้อื่น
สำหรับเรื่องของการโพสต์ที่ทำให้ผู้อื่นเสียหาย การด่าว่าผู้อื่นโดยที่ไม่มีข้อมูลความจริง การกล่าวหาผู้อื่นรวมไปถึงการตัดต่อรูปภาพ และใส่ร้าย ผู้ที่ถูกกล่าวหาสามารถแจ้งความเพื่อเอาผิดผู้ที่กระทำสิ่งเหล่านั้นได้ และถือว่ามีความผิดทางกฎหมายอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีและปรับไม่เกิน 200,000 บาท

12.การละเมิดลิขสิทธิ์
ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะสามารถทำการเข้าถึงข้อมูลของผู้อื่นได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่ากฎหมายนั้นจะลดหย่อนลงไปด้วย ดังนั้นการละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นทางข้อความ เพลง รูปภาพ หรือวิดีโอ ถือว่ามีความผิดทางพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีโทษทั้งจำและปรับ

13.การแชร์ภาพของผู้อื่นที่ไม่ได้ทำเชิงพาณิชย์สามารถทำได้
การเผยแพร่ภาพที่ไม่ได้สร้างความเสียหายแต่เป็นการใช้เพื่อความบันเทิง เพิ่มอรรถรสในการสนทนาให้สนุกสนานมากขึ้น และไม่ได้ทำในการเชิงพาณิชย์ต่างๆ การเผยแพร่ภาพเหล่านี้สามารถทำได้ ไม่มีความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

 

 

 


ที่มา : marketingoops