เพิ่มประสิทธิภาพให้กับ CONTENT ในยุคออนไลน์นี้


ช่วงนี้เราอาจจะเห็นการให้ความสำคัญในการทำ Content และงานที่เกี่ยวกับ Content มากขึ้น นั่นเป็นเพราะคนได้เริ่มหันมาให้ความสำคัญและสนจในสิ่งเหล่านี้ เพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์และเพิ่มยอดขาย ผลกำไรให้กับธุรกิจได้ และอาจเห็นจากหลายที่ที่เป็นกระแส เหล่านั้นก็มาจาก Content ที่มีเนื้อหาคุณภาพและมีประโยชน์ที่ตรงจุด และเมื่อต้องการให้เกิดรีแอคชั่นที่ดีกับธุรกิจแล้ว เราจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาเนื้อหาของคอนเทนต์ เพื่อให้เกิดเป็นเนื้อหาที่ดีและมีคุณภาพมากที่สุด เพื่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ และการเพิ่มประสิทธิภาพของ Content ในยุคที่โลกออนไลน์มีความสำคัญอย่างนี้แล้ว มีอะไรบ้างต่อจากนี้มาดูกันเลย

1.การใช้คำหลัก Keyword ตามการค้นหาของกลุ่มเป้าหมาย
เมื่อเราทราบถึงกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือการใช้คำหลัก Keyword ให้ถูกต้องและเหมาะสม เพื่อให้ตรงตามความต้องการและส่งผลให้ลูกค้าได้ค้นสินค้าของเราเจอมากที่สุด ส่งผลดีต่อธุรกิจในปัจจุบันและอนาคต

2.ใช้พาดหัวที่น่าสนใจและมีความดึงดูดต่อผู้อ่าน
แน่นอนว่าการใช้พาดหัว หรือหัวเรื่องที่น่าสนใจ จะช่วยให้เป็นแรงดึงดูดและความน่าสนใจ ให้ผู้ที่สนใจใน Content ได้เข้ามาอ่านได้ง่ายขึ้น แต่ที่สำคัญของการพาดหัวคืออย่าใช้หัวข้อที่เกินจริง กำกวมจนเข้าใจผิด หรือหัวเรื่องที่สื่อถึงความเป็น Clickbait ก็จะทำให้คอนเทนต์ของเรานั้นดูไม่มีคุณค่าและค่าเฉลี่ยต่ำกว่าทั่วไปอีกด้วย ดังนั้นควรที่จะต้องเลือกใช้คำที่เหมาะสม และมีเนื้อหาที่ตรงกับความเป็นจริง เลือกเสนอเนื้อหาอย่างจริงใจไม่ฮาร์ดเซลล์จนเกินไป และทำให้เนื้อหารู้สึกว่าตั้งใจที่จะขายของมากเกินไป

3.อ่านงานและปรับปรุงงานเขียนของเราอยู่เสมอ
บางครั้งนักเขียนอาจจะลืมสังเกตรูปแบบงานเขียนของตัวเอง การสร้างเนื้อหาเป็นจำนวนมากที่มีความยาวมากจนเกินไปก็อาจทำให้หมดความน่าสนใจลงไปได้ง่ายๆ ยิ่งถ้าหากผู้อ่านไม่สนใจในส่วนของเนื้อหาก็จะทำให้ปิดหน้าเว็บนั้นไปเลยก็เป็นได้ อาทิ เนื้อหายาวเกินไป เว้นวรรคไม่ถูกต้อง ย่อหน้ายาวเกินไป ทางการมากเกินไปรวมไปถึงเนื้อหาที่มีแต่น้ำ ไม่มีประโยชน์ ควรทำการปรับปรุง สังเกตผลงานของตัวเอง และพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นเหมาะสมกับยุคออนไลน์ที่ได้ให้ความสำคัญกับเนื้อหาของ Content

4.ใช้ภาพประกอบเนื้อหา เพิ่มความน่าสนใจ
ภาพจะช่วยสื่อความหมาย และเพิ่มความน่าสนใจในการทำ Content ทุกครั้ง อย่าลืมว่าหากเราได้อ่านเนื้อหาที่มีเพียงแต่ข้อความที่ยาวเป็นพรืดก็อาจทำให้เนื้อหาในส่วนนั้นไม่น่าอ่าน หรือทำให้ผู้อ่านอาจะรู้สึกเหนื่อยและทำให้ Content นี้ไม่น่าสนใจอย่างมากก็เป็นได้ ควรที่จะมีภาพอยู่ในเนื้อหาทุกครั้ง เช่นเมื่อเราเขียนเนื้อหาไปประมาณ 75-100 คำ ก็ให้เพิ่มรูปภาพ เพิ่มความดึงดูดใจต่อผู้ที่ทำการค้นหาและอ่านเนื้อหาอย่างสนุกและสมูทมากขึ้น

5.แสดงประเด็นหลักให้ชัดเจน
การแสดงประเด็นของเนื้อหาและ Content ให้ชัดเจน จะช่วยให้ผู้ที่เข้ามาอ่านหรือให้ความสนใจได้เข้าใจถึงสิ่งที่เราต้องการจะนำเสนอมากขึ้น เพื่อเป็นการดึงดูดใจของผู้อ่าน อีกทั้งยังสามารถเพิ่มระยะเวลาในการอยู่บนหน้าเว็บไซต์ของผู้ใช้งานได้ มีการอ่านและให้ความสนใจในหน้าเว็บของเราเพิ่มขึ้น รวมไปถึงยังสามารถเปลี่ยนให้ผู้ที่สนใจกลายมาเป็นลูกค้าของเราได้อีกด้วยในอนาคต

6.สร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าด้วย CTA
เพราะ CTA (Call-To-Action) คือส่วนสุดท้ายหลังจากที่ลูกค้าจะทำการตัดสินใจว่า ต้องการจะปฏิสัมพันธ์กับธุรกิจของเราเพิ่มหรือไม่ การอ่านเนื้อหาเพิ่มเติม รวมไปถึงการสนใจสินค้าและบริการของเรา สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกันว่าธุรกิจของเราได้มีการเพิ่ม CTA ลงไปในเนื้อหาเพื่ออำนวยความสะดวกต่อลูกค้า ถ้าหากลูกค้าต้องการที่จะติดต่อเราเพิ่มเติมก็สามารถทำได้ทันที เป็นต้น

เหล่านี้จะช่วยให้การทำ Content ได้มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้ามากขึ้น ช่วยให้ธุรกิจได้เข้าถึงความต้องการของลูกค้ามากขึ้น เมื่อธุรกิจยิ่งใกล้ชิดกับลูกค้ามากเท่าไหร่ก็จะทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความเป็นมิตรและเปรียบสินค้าและธุรกิจของเราเป็นเสมือนเพื่อน ทำให้กล้าที่จะเข้าถึงและใช้สินค้าของเราอย่างจริงใจ  Content คือส่วนประกอบหนึ่งในการทำธุรกิจเพื่อให้ประสบความสำเร็จ และเป็นอีกหนึ่งหนทางในการทำการตลาดที่นักการตลาดทั้งหลายควรรู้และศึกษาเอาไว้และปรับใช้ให้เข้ากับวิธีการตลาดของเรามากที่สุด




ที่มา : am2bmarketing