สำหรับ Google Web Stories เป็นรูปแบบสำหรับนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบภาพ ซึ่งโดยทั่วไปเป็นวิดีโอขนาดสั้น จะคล้ายกับเรื่องราวบนช่องทางโซเชียลมีเดีย เช่น Instagram หรือ Facebook แต่ไม่จำกัดเพียงแพลตฟอร์มเดียว
โดยเราสามารถเพิ่ม Google Web Stories ลงในเว็บไซต์ของเราและลิงก์ไปยังหลายแพลตฟอร์มได้ต่างจากคู่โซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ยังโหลดได้รวดเร็วและแบ่งปันได้ง่าย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเพิ่มการเข้าชมไซต์ของเรา
ประโยชน์ของการใช้ Google Web Stories
สำหรับการใช้ Google Web Stories นั้นมีจุดประสงค์เพื่อนำเสนอเนื้อที่สามารถให้ประโยชน์ต่อไปนี้แก่ไซต์ของเรา
-
เข้าถึงผู้ชมได้กว้างขึ้น
-
การโหลดหน้าเว็บเร็วขึ้น
-
สร้างประสบการณ์ที่ดื่มด่ำ
-
บูรณาการกับ Google Analytics
วิธีสร้าง Google Web Stories
ต่อไปนี้จะเป็นการอธิบายขั้นตอนแบบกระชับ เพื่อช่วยสร้าง Google Web Stories ด้วยตนเอง โดยจะใช้การอธิบายวิธีสร้างเรื่องราวใน 5 ขั้นตอน
1. สร้างเรื่องเล่า Storyboard:
สำหรับกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของเรื่องราวบนเว็บคือ "สคริปต์ที่เขียนมาอย่างดี" โดยมันทำให้การเล่าเรื่องบนเว็บของเราสอดคล้องกัน และช่วยให้ส่งข้อความสื่อสารเนื้อหาไปยังผู้ชมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการเล่าเรื่องแล้ว ให้พิจารณาข้อมูลต่อไปนี้เมื่อวางแผนเรื่องราวของเรา
-
ปก: หน้าแรกของเรื่องราวของเรา
-
โครงร่าง: ข้อมูลหลักที่เราต้องการกล่าวถึงในเรื่อง
-
เนื้อหา: รูปภาพ วิดีโอ ภาพเคลื่อนไหว หรือข้อความที่จำเป็น
-
ข้อมูลเมตา: ชื่อเรื่องราวบนเว็บ ข้อความที่ตัดตอนมา และลิงก์ถาวร
2. เลือกเครื่องมือแก้ไข:
สำหรับเครื่องมือแก้ไขคือโปรแกรมที่ให้เราสร้างเรื่องราวบนเว็บได้ แม้ว่าเราจะสามารถใช้ซอฟต์แวร์ตัดต่อวิดีโอทั่วไปได้ก็ตาม และยังมีเครื่องมือแก้ไขบางอย่างมีให้ใช้งานได้ในรูปแบบปลั๊กอิน WordPress เช่น Web Stories ของ Google
โดยปลั๊กอินนี้ช่วยให้เราสร้างและเผยแพร่เรื่องราวที่เป็น APM ได้โดยตรงบนแดชบอร์ด WordPress ของเรา หรือเราสามารถสร้างเรื่องราวของ Google ได้โดยการเขียนโค้ดตั้งแต่ต้น ซึ่งวิธีการนี้ช่วยให้เราสามารถเพิ่มฟังก์ชันการทำงานแบบกำหนดเองได้ แต่ต้องใช้ทักษะ HTML บางอย่าง
3. สร้าง Google Web Stories:
เมื่อเรามีเครื่องมือและเนื้อหาแล้ว ต่อไปนี้ก็ถึงเวลาเริ่มสร้างเรื่องราวบนเว็บของเรา สำหรับอันแรกของเรา Google ขอแนะนำให้ใช้เทมเพลตที่ติดตั้งไว้ล่วงหน้าของเครื่องมือแก้ไขเพื่อเร่งกระบวนการ
หากต้องการเพิ่มองค์ประกอบภาพ เช่น วิดีโอ รูปภาพ หรือข้อความเพียงลากและวางลงในเครื่องมือแก้ไข นอกจากนี้ ให้เพิ่มองค์ประกอบเชิงโต้ตอบ เช่น ปุ่มคำกระตุ้นการตัดสินใจ (CTA) เพื่อปรับปรุงการมีส่วนร่วม
4. ทดสอบก่อนเปิดตัว:
ทดสอบเรื่องราวบนเว็บ Google ของเราก่อนเผยแพร่เสมอ การทดสอบมีจุดมุ่งหมายเพื่อตรวจจับข้อผิดพลาดที่อาจเป็นอันตรายต่อการใช้งานหรือประสบการณ์ของผู้ใช้
และตรวจสอบว่าเรื่องราว AMP ใช้ได้กับ Google Search หรือไม่โดยใช้เครื่องมือ AMP Test Validator นอกจากนี้ ให้ตรวจสอบว่า Google สามารถจัดทำดัชนีเรื่องราวเว็บของเรา โดยใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL ได้หรือไม่
5. วิธีเพิ่ม Google Web Stories ลงในเว็บไซต์:
มีอยู่ 2 วิธีในการติดตั้ง Google Web Stories บนเว็บไซต์ของเรา โดยใช้โค้ดและปลั๊กอิน Web Stories ของ WordPress
เราขอแนะนำให้ใช้ปลั๊กอินเนื่องจากง่ายกว่าและไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการเขียนโค้ดใดๆ แต่....อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้ใช้ได้กับไซต์ WordPress เท่านั้น
สำหรับบทช่วยสอนต่อไปนี้ เราจะใช้ปลั๊กอิน Web Stories ของ Google แม้ว่าขั้นตอนอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับปลั๊กอิน แต่วิธีการทั่วไปจะคล้ายกัน:
1. ดาวน์โหลดและติดตั้งปลั๊กอิน
2. บนแถบด้านข้าง WordPress ของเรา ให้คลิก Stories → Add New
3. สร้าง Google Web Story ของเรา
4. บนแถบด้านข้าง ไปที่แท็บเอกสาร ป้อนข้อมูลที่จำเป็น เช่น ลิงก์ถาวร รูปภาพหน้าปก และโลโก้ผู้จัดพิมพ์
5. จากนั้นคลิก Publish เพื่อบันทึก
เมื่อเราสร้างเรื่องราวบนเว็บใหม่แล้ว ให้เพิ่มลงในเว็บไซต์ของเราโดยใช้บล็อกที่กำหนดเองของปลั๊กอิน ในบทช่วยสอนนี้ เราจะเพิ่มลงในโพสต์ที่มีอยู่:
1. ไปที่ Posts → All Posts
2. คลิก Edit บนโพสต์ที่เราต้องการแสดงเรื่องราวบนเว็บ
3. คลิกไอคอน + เพื่อเพิ่มบล็อกใหม่และเลือก Web Stories
4. เลือกหนึ่งในสามวิธีเพื่อฝังเรื่องราวบนเว็บ สำหรับบทช่วยสอนนี้ เราจะเลือก Latest Stories
5. เลือกสไตล์เค้าโครงที่เราต้องการ (ตามใจชอบ)
6. คลิก Update เพื่อทำการเปลี่ยนแปลง (เป็นอันเสร็จสิ้น)
Google สามารถแสดง Web Stories อยู่ใน 3 ที่ คือ
-
Google Search
-
Google Discover
-
Google Images
ลิงก์: Web Stories ปรากฏทั่วทั้ง Google ได้อย่างไร
คำถาม: Google Web Stories สามารถสร้างรายได้ ได้หรือไม่
คำตอบ: ได้,
คำอธิบาย: โดยเราสามารถแสดงโฆษณาบน Google Web Stories เพื่อสร้างรายได้จากเว็บไซต์ของเราได้ มี 2 วิธีในการเข้าร่วมโปรแกรม Affiliate หรือการใช้ Google AdSense อย่างไรก็ตามหากเราเข้าร่วมโปรแกรมพันธมิตร ให้ใส่ลิงก์ของพันธมิตรหรือการรับรองผลิตภัณฑ์ในเรื่องราวของเรา
คำถาม: Google Web Stories คุ้มค่าไหม
คำตอบ: คุ้มค่า,
คำอธิบาย: การสร้าง Google Web Stories ค่อนข้างง่ายและราคาถูก แต่ให้ประโยชน์มากมาย โดย Google Web Stories มีส่วนร่วมพอๆ กับเนื้อหาวิดีโอ แต่โหลดได้เร็วกว่าและดื่มด่ำมากกว่า นอกจากนี้ยังปรากฏบนแพลตฟอร์มต่างๆ ของ Google อีกด้วย ซึ่งช่วยให้เราเข้าถึงผู้ชมได้กว้างขึ้นนั่นเอง
สรุป
1. Google Web Stories จะอยู่ตลอดไปจนกว่าเราจะลบและไม่หายไปใน
2. Google Web Stories ใช้ได้เฉพาะคนที่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเองเท่านั้น
3. Google Web Stories ถือเป็น Web page ประเภทนึง ที่มี URL เฉพาะของตัวเอง มีโอกาสติดอันดับ SEO เหมือนเว็บทั่วไป
4. Google Web Stories คือ ฟีเจอร์ Stories สำหรับเว็บไซต์ส่วนตัวของเรา ทำหน้าที่คล้ายฟีเจอร์ Stories บนแพลตฟอร์ม Social Media อื่นๆ
บทความที่เกี่ยวข้อง
#ขอคำแนะนำ เกี่ยวกับการทำเว็บแอปพลิเคชัน
#ขอคำแนะนำ เกี่ยวกับการทำแอปพลิเคชันมือถือ
#ขอคำแนะนำ เกี่ยวกับการออกแบบเว็บไซต์
#ขอคำแนะนำ เกี่ยวกับการตลาดออนไลน์
---Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO รับทำการตลาดออนไลน์ รับทำโฆษณา Facebook รับทำเว็บไซต์ ขอนแก่น และรับทำเว็บไซต์ทั่วประเทศ—
ข้อมูลจาก: GOOGLE WEB STORIES / hostinger