DARK WEB กับ DEEB WEB แตกต่างกันอย่างไร
มีผู้คนมากมายที่ใช้คำว่า Dark Web และ Deep Web สลับกัน ซึ่งความหมายก็คล้ายกันแต่ก็อาจใช้สลับกันได้ แต่ก็ไม่เหมือนกันฉะนั้นเราควรใช้คำให้ถูกต้องจะดีกว่า นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าในบทความนี้เราจะมาเจาะลึกถึงความแตกต่างระหว่างสิ่งเหล่านั้นกันครับ!
โดยการทำความเข้าใจ Dark Web กับ Deep Web มีความสำคัญสูงสุดสำหรับผู้ดูแลระบบไอที โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเรากำลังมองหาที่จะเข้าใจถึงประโยชน์และความเสี่ยง ที่อาจเกิดขึ้นจากส่วนสำคัญอย่างใดอย่างหนึ่งเหล่านี้ของอินเตอร์เน็ต
ฉะนั้นการแยกความแตกต่างระหว่าง Dark Web และ Deep Web จะช่วยให้เราเข้าใจความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันความพยายามในการแฮ็ก และภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากความต้องการความเป็นส่วนตัวของข้อมูลออนไลน์ได้ดีขึ้น
- Dark Web: มักใช้เพื่อทำกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย นอกจากนี้ยังใช้สำหรับการสืบสวนของทหาร/ตำรวจ การประท้วงทางการเมือง และการท่องอินเตอร์เน็ตโดยไม่ระบุชื่อ
- Deep Web: ส่วนใหญ่ใช้เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ปกป้องฐานข้อมูล และเข้าถึงบริการบางอย่าง
Dark Web (เว็บมืด)
จริงๆ แล้ว Dark Web ถือเป็นส่วนเล็กๆ ของ Deep Web สามารถเข้าถึงได้ผ่านเครือข่ายพิเศษเช่น Tor หรือผ่าน IP แบบคงที่ที่แชร์แบบส่วนตัวเท่านั้น ซึ่งตามกฎแล้ว อินเตอร์เน็ตด้านนี้จะซ่อนเนื้อหา ข้อมูลระบุตัวตน และตำแหน่งจากบุคคลที่สามซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปใน 'Surface Web' (เว็บไซต์กระแสหลักและสาธารณะ) ในกรณีของ Tor สิ่งนี้ได้รับการอำนวยความสะดวกโดยการกำหนดเส้นทางการรับส่งข้อมูลที่เข้ารหัสผ่านเลเยอร์รีเลย์ทั่วโลก
แม้ว่า Dark Web จะนำเสนอการไม่เปิดเผยตัวตน และการเข้าถึงเว็บไซต์ที่ไม่ผิดกฎหมายโดยธรรมชาติ แต่ก็ยังโฮสต์ไซต์ที่ผิดกฎหมายสำหรับเนื้อหาที่ถูกจำกัด และเปิดใช้งานการเรียกดูที่ต้านทานการเซนเซอร์ได้
ส่วนของ Dark Web ได้แก่:
-
เครือข่าย Tor และไซต์ส่วนต่อท้าย .onion
-
Darknets เช่น Freenet และ I2P
-
ออกจากโหนดที่เชื่อมต่อ darknets กับอินเตอร์เน็ตปกติ
-
ตลาดค้ายาและวัตถุผิดกฎหมาย
อย่างไรก็ตามทั้ง Dark Web และ Deep Web จะมีลักษณะที่เป็นที่รู้จักร่วมกับส่วนอื่นๆ ของเว็บ แต่...ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ฉะนั้นการที่เรารู้ว่าส่วนต่างๆ ของเว็บผสมผสานกับพื้นที่ทั่วไปมากขึ้น จะสามารถช่วยให้เรารู้ว่าจะพัฒนาแอปพลิเคชันบนเว็บที่ปลอดภัยและอื่นๆ ได้อย่างไร
Deep Web (เว็บล่องหน)
สำหรับ Deep Web เป็นส่วนที่ไม่ได้จัดทำดัชนีของเว็บ ซึ่งเครื่องมือค้นหาไม่สามารถเข้าถึงได้ โดยส่วนนี้ของเว็บประกอบด้วยทุกสิ่งตั้งแต่ไซต์ที่มีการป้องกันด้วยรหัสผ่าน และข้อมูลที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ผ่านหน้าเว็บสาธารณะ ไปจนถึงอินทราเน็ตส่วนตัว เนื้อหาทางวิชาการ และอื่นๆ คิดเป็นประมาณ 99% ของเว็บทั้งหมด และส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงได้โดยผู้ใช้ทั่วไป
ต่อไปนี้คือ บทสรุปง่ายๆ ของแต่ละส่วนของ Deep Web
-
อินทราเน็ตของบริษัทและเว็บไซต์ภาครัฐ
-
เนื้อหาทางวิชาการที่จัดการโดยมหาวิทยาลัย
-
ฐานข้อมูลและทรัพยากรบนเว็บที่ไม่ได้จัดทำดัชนี
-
ที่เก็บข้อมูลนายหน้าข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด
-
เซิร์ฟเวอร์จัดเก็บข้อมูลที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ผ่านหน้าเว็บสาธารณะ
-
ไซต์ที่ป้องกันด้วยรหัสผ่าน (เช่น บัญชีอีเมลและแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียบางแห่ง)
ความแตกต่างระหว่าง Dark Web กับ Deep Web
สำหรับ Deep Web หมายถึงหน้าเว็บที่ซ่อนอยู่ ซึ่งไม่ได้จัดทำดัชนีโดยเครื่องมือค้นหา โดยการขาดการจัดทำดัชนีนี้ เป็นความตั้งใจของผู้ให้บริการหลายราย เนื่องจากจะช่วยปกป้องข้อมูลส่วนตัว
ในส่วนของ Dark Web เป็นพื้นที่ย่อยที่มีการรักษาความปลอดภัยภายใน Deep Web ซึ่ง hosting เว็บที่เข้ารหัสซึ่งสามารถเข้าถึงได้ผ่านเบราว์เซอร์เฉพาะเท่านั้น โดยส่วนนี้ของเว็บมักเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย เช่น ยาเสพติด การหลวงลวง ง่ายๆ ก็คืออะไรที่ผิดกฎหมายที่กลุ่มคนเหล่านั้นจะทำอะครับ
มีภัยคุกคามที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมายบน Dark Web โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้และการเปิดเผยข้อมูลของพวกเขา ด้วยเหตุนี้ การเข้าถึง Dark Web จึงทำให้เกิดข้อกังวลด้านความปลอดภัยและต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม Dark Web ยังถูกใช้โดยบุคคลที่แสวงหาความเป็นส่วนตัวทางออนไลน์ หรือเพื่อหลีกเลี่ยงการเซนเซอร์ในประเทศบ้านเกิดของตน เบราว์เซอร์พิเศษเช่น Tor ช่วยให้สามารถเข้าถึงส่วนนี้ของเว็บโดยไม่เปิดเผยตัวตนได้นั่นเอง
“หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่านได้ไม่มากก็น้อย ถ้าหากผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยครับ”
#ขอคำแนะนำ เกี่ยวกับการทำเว็บแอปพลิเคชัน
#ขอคำแนะนำ เกี่ยวกับการทำแอปพลิเคชันมือถือ
#ขอคำแนะนำ เกี่ยวกับการออกแบบเว็บไซต์
#ขอคำแนะนำ เกี่ยวกับการตลาดออนไลน์
---Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO รับทำการตลาดออนไลน์ รับทำโฆษณา Facebook รับทำเว็บไซต์ ขอนแก่น และรับทำเว็บไซต์ทั่วประเทศ—
ข้อมูลจาก: digitalguardian