หากพูดถึงเรื่องการจัดวางเรื่องราวภายในเว็บไซต์ การออกแบบต่างๆ แน่นอนว่าเจ้าของเว็บไซต์ย่อมอยากให้เว็บมีเนื้อหาทื่ดี เนื้อหาเยอะๆ แต่... ไม่ว่าเนื้อหาบทความของคุณจะน่าอ่าน มีเนื้อหาที่ดีขนาดไหน หากมีการจัดวางหน้าไม่ดี ก็สามารถทำให้ผู้อ่านเพิกเฉยได้เช่นกัน
ซึ่งบทความนี้จะอธิบายถึงมุมมองการออกแบ User Interfece ว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลต่อ UI และจะทำยังไงให้ UI น่าอ่านและดึงดูดต่อผู้ใช้งาน

1.พื้นหลัง Background
สีของภาพพื้นหลังมีผลอย่างมากต่อความสามารถในการอ่านและการใช้งานเว็บไซต์ การเลือกใช้เฉดสีที่ไม่ถูกต้องอาจส่งผลให้ผู้ใช้อ่านยากมากขึ้น พื้นฐานของสิ่งที่ควรรับรู้ก็คือสีที่ใช้ และฟ้อนต์ที่เหมาะสม
หากคุณรู้พื้นฐานแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็จะง่ายสำหรับคุณทันที
2.แบบอักษร Typography
Typography หมายถึงรูปแบบลักษณะของตัวอักษรที่จะปรากฎบนข้อความ การเลือกใช้แบบอักษรมีผลโดยตรงว่าผู้ใช้งาน ขนาด ความหนา สี และการจัดวาง ล้วนเป็นเรื่องที่สำคัญทั้งหมด อีกทั้งสิ่งเหล่านี้ยังสามารถสื่อถึงอารมณ์กับผู้ใช้งานได้ดีอีกด้วย อย่างเช่น..
-white space: พื้นที่ว่าง
-alignment: การจัดย่อหน้า
-tracking: การเว้นช่องไฟระหว่างคำ
-kerning: การเว้นช่องไฟระหว่างตัวอักษร
-leading: การเพิ่มระยะห่างระหว่างบรรทัด
-line length: จำนวนคำใน 1 บรรทัด
3.Visual Hierarchy
การจัดลำดับความสำคัญของภาพที่ใช้คือวิธีการหนึ่งในการเรียบเรียงบทความให้มีลำดับความสำคัญที่ชัดเจน จะมีหนึ่งทฤษฎี Gestalt Theories ที่ได้กล่าวไว้ว่า คนเรามักจะมองภาพโดยรวมก่อน ซึ่งทฤษฎีนี้เองได้นำมาใช้เป็นองค์ความรู้ของ UI เพราะสมองมนุษย์มีความสามารถในการจำแนกวัตถุต่างๆ ที่มีลักษณะต่างกัน ทั้งขนาด สี ความเข้ม สไตล์ เป็นต้น
ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ผู้ใช้งานบนเว็บไซต์ต่างๆ ไม่ได้เริ่มต้นที่การอ่านบทความก่อน ต่เป็นการเลื่อนดูภาพรวมก่อนเป็นอันดับแรก ถ้าหากว่าหัวข้อของบทความอธิบายกระชับและชัดเจน ก็จะช่วยดึงดูดให้บทความนั้นดูน่าอ่านมากยิ่งขึ้น
4.Negative space
พื้นที่ว่างไม่ได้หมายถึงแค่พื้นที่เปล่าๆเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นเรื่องราวอีกเรื่องหนึ่งด้วย เช่น ภาพนกบินอยู่บนท้องฟ้า วัตถุหลักในภาพก็คือนก ส่วน Negative space ก็คือท้องฟ้าที่เป็นฉากหลัง เป็นต้น
.jpeg)
นอกจากนี้ Negative space ยังมีส่วนสำคัญของการจัดวาง Layout บน User interface ในการสร้างความเชื่อมโยงของข้อความและรูปภาพอีกด้วย เช่น การเว้นพื้นที่ว่างของข้อความและรูปภาพ เพื่อจะทำให้รู้ว่าข้อความไหนเป็นของภาพไหน คล้าย ๆ กับการใส่แคปชั่นรูปภาพนั่นเอง
ที่มา : D4U