04 เมษายน 2566 ครีเอทีฟด้านการสื่อสารทางการตลาดออนไลน์ และการออกแบบเว็บไซต์
วิธีสมัครเป็นผู้ขาย AMAZON ง่ายๆ

Amazon เป็น บริษัท ค้าปลีกออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งเราสามารถหาทุกสิ่งที่ต้องการได้จริง โดย Amazon มีการจัดการเพื่อสร้างเว็บไซต์ที่เป็นอิสระอย่างสมบูรณ์สำหรับหลายๆ ตลาดที่มีอยู่ทั่วโลก 

 

ฉะนั้นด้วยวิธีนี้ บริษัท Amazon สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์เฉพาะของแต่ละประเทศได้ และในประเทศอื่นๆ ที่มี Amazon อยู่ด้วยจะทำหน้าที่สนับสนุนทางเทคนิค เช่น คอสตาริกา ที่รวมศูนย์ความสนใจไปยังลูกค้าทั่วละตินอเมริกา เป็นหนึ่งใน บริษัท ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศนี้โดยมีพนักงานไม่น้อยกว่า 7.500 คน

 

สมัครเป็นผู้ขาย Amazon ได้เพียง 4 ขั้นตอน 

1. การลงทะเบียนผู้ขาย

สามารถสร้างบัญชีผู้ขายและเลือกประเทศที่เราต้องการจะส่งออกสินค้า โดยผู้ขายสามารถเลือกแผนการขายที่เหมาะสมกับธุรกิจ และตั้งค่าบัญชีได้ง่ายๆ เพียงแค่มีหลักฐานยืนยันตัวตน หลักฐานที่อยู่ บัตรเครดิต และข้อมูลบัญชีธนาคาร

 

2. การลงรายการสินค้า

สามารถแสดงสินค้าของเราโดยการเพิ่มข้อมูล และลงรายละเอียดสินค้า และเมื่อเราลงรายการสินค้าเรียบร้อย ลูกค้าจะสามารถเข้ามาชมสินค้าและเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าของเราได้ นอกจากนี้ผู้ขายยังสามารถดึงดูดลูกค้าด้วยการโฆษณาของ Amazon ที่ทำให้การมองเห็นของสินค้านั้นเพิ่มมากขึ้น
 

3. การจัดส่งสินค้า

สามารถเลือกการจัดส่งสินค้าตามความเหมาะสมของธุรกิจเรา ด้วยบริการขนส่งต่างๆ หรือสามารถเลือกใช้Fullfilment by Amazon (FBA) ที่จะช่วยจัดการสินค้า การจัดส่งระหว่างประเทศ การเก็บสินค้าในคลังและการคืนสินค้า

 

4. รับการชำระเงิน

Amazon จะโอนรายได้จากการขายสินค้าเข้าบัญชีเงินฝากของผู้ขายตามรอบการสั่งจ่าย และจะแจ้งให้ทราบเมื่อทำรายการโอนสำเร็จ ฉะนั้นหากผู้ขายต้องการที่จะประสบความสำเร็จในระยะยาว เราจะต้องหมั่นรักษามาตรฐานร้านค้าของเรา เพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า นั่นเอง 

 

ข้อมูลและเอกสารที่จำเป็น สำหรับการสมัครบัญชีผู้ขาย

1. อีเมล (Email Address)

ผู้ขายนั้นจะต้องเตรียม Email (อีเมล) เอาไว้สำหรับสมัครบัญชีผู้ขาย เนื่องจาก Email เป็นข้อมูลที่ผู้ขายจะไม่สามารถทำการเปลี่ยนแปลงได้ภายหลัง ฉะนั้นผู้ขายจึงควรใช้ Email ที่ใช้ในการติดต่อได้

 

2. ข้อมูลรูปแบบธุรกิจ (Legal Name)

ผู้ขายจะต้องกรอกข้อมูลรูปแบบธุรกิจที่ผู้ขายวางแผนใน Amazon ไม่ว่าผู้ขายจะใช้แผนการขายแบบไหน ทั้งแผนการขายแบบมืออาชีพ (Professional Selling) หรือแผนการขายแบบทั่วไป(Individual Selling) ก็จะสามารถเลือกเปิดบัญชีในรูปแบบธุรกิจทั้ง 2 ได้เช่น

  • การเปิดบัญชีในนามบุคคล (Individual Business) ผู้ขายกรุณากรอกชื่อและนามสกุลเป็น ภาษาอังกฤษ
  • การเปิดบัญชีในนามบริษัท (Company Business) ผู้ขายกรุณากรอกชื่อบริษัทตามด้วยขีดกลาง (-) ตามด้วยชื่อ นามสกุลของผู้ที่จะเป็นเจ้าของบัญชีผู้ขาย

 

3. ที่อยู่ (Address)

สำหรับผู้ขายนั้นจะต้องกรอกที่อยู่ของตนเองเป็นภาษาอังกฤษ เนื่องจาก Amazon นั้นเคร่งครัดกับการตรวจสอบตัวตนในการสร้างบัญชีขายของผู้ขายมาก ดังนั้นที่อยู่ภาษาอังกฤษของเราจะต้องตรงกับ Bank Statement ที่ยื่นให้กับ Amazon เพื่อให้ขั้นตอนการยื่นเอกสารเป็นไปได้อย่างราบรื่น หากผู้ขายกรอกที่อยู่ไม่ตรงกับ Bank Statement อาจจะส่งผลให้เอกสารของเราไม่ผ่านการพิจารณาได้

 

4. บัตรเครดิต (Charge Method)

ข้อมูลบัตรเครดิตมีไว้สำหรับตัดค่าธรรมเนียมแผนการขายและค่าใช้จ่ายอื่นๆ บน Amazon และผู้ขายสามารถใช้บัตรเครดิตอะไรก็ได้ไม่เจาะจงว่าจะเป็นในนามของใคร เพียงแต่ไม่สามารถใช้บัตรเดบิต (Debit Card) แทนได้ อย่างไรก็ตามผู้ขายสามารถเตรียมข้อมูลบัตรเครดิตต่อไปนี้ 

  •  หมายเลขบัตรเครดิต
  •  วันที่หมดอายุของบัตร
  •  ชื่อและนามสกุลที่อยู่บนที่อยู่หน้าบัตรเป็นภาษาอังกฤษ

 

5. บัญชีรับเงิน (Deposit Method)

เนื่องจาก Amazon สามารถโอนเงินให้ธนาคารที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา (SU) เท่านั้น หากผู้ขายไม่มีบัญชีของประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ขายจำเป็นต้องใช้บัญชีเสมือน (Virtual Account) ซึ่งเปรียบได้กับกระเป๋าเงินส่วนกลาง เพื่อใช้รับเงินจากยอดขายของท่านก่อนเปิดบัญชีผู้ขายของ Amazon ขณะนี้ โดยที่ผู้ขายมักจะใช้บริการบัญชีเสมือนเจ้าหลักๆ เช่น Payoneer

 

6. ชื่อร้าน (Display Name)

ชื่อร้านค้าที่จะปรากฏบนหน้าเว็บ Amazon ต่อหน้าลูกค้า ผู้ขายสามารถตั้งชื่อร้านค้าของตนเองยังไงก็ได้ โดยไม่ต้องจดลิขสิทธิ์หรือยืนยันตัวตนของชื่อร้าน

 

7. เอกสารยืนยันตัวตน (Seller Identity Verification - SIV)

เนื่องจาก Amazon ต้องการตรวจสอบตัวตนบัญชีขายของผู้ขาย ดังนั้นผู้ขายจะต้องเตรียมเอกสารที่มีชื่อและที่อยู่ที่มีข้อมูลตรงกับรายละเอียดที่ผู้ขายได้กรอกไว้ตอนทำการเปิดบัญชีตามเอกสารด้านล่างนี้

 

• บัตรประชาชน (National ID Card): ชื่อบนบัตรประชาชนจะต้องตรงกับชื่อที่ใช้สมัครบัญชี (Legal Name) ผู้ขายจะต้องสแกนสำเนาบัตรประชาชนแบบเป็นสีทั้งหน้าและหลัง ให้อยู่ในคุณภาพที่ชัดเจนที่สุด ผู้ขายสามารถที่จะใช้สำเนาหนังสือเดินทางยืนยันตัวตนได้เช่นกัน หากผู้ขายเลือกที่จะส่งสำเนาหนังสือเดินทางในการยืนยันตัวตน โปรดตรวจสอบให้แน่ใจในหนังสือเดินทางมีลายเซ็นของเจ้าของหนังสือเดินทาง

 

• Bank Statement หรือ Credit Card Statement: ชื่อเจ้าของ Bank Statement หรือ Credit Card Statement จะต้องตรงกับ Legal Name และที่อยู่ในเอกสารจะต้องตรงกับ Business Address ใน Seller Central ที่ผู้ขายต้องการรายละเอียดของเอกสารที่มีเงื่อนไขดังนี้

  1. ชื่อ นามสกุล และที่อยู่เป็นภาษาอังกฤษ
  2. เอกสารจะต้องมีอายุไม่เกิน 90 วัน
  3. มีลายเซ็นของเจ้าพนักงานธนาคาร
  4. มีตราประทับของธนาคาร

 

อย่างไรก็ตามหากไม่มีเวลาในการทำการตลาดบน Amazon เรา wynnsoftsolution มีบริการรับลงสินค้าใน Amazon รับเปิดร้านในระบบออนไลน์ Amazon ตั้งแต่เริ่ม พร้อมเพิ่มสินค้าให้ทางลูกค้า และสามารถปรึกษาสอบถามรายและเอียดเกี่ยวกับการลงสินค้าใน Amazon ได้แบบฟรีๆ !




 

 

 

---Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO รับทำการตลาดออนไลน์ รับทำโฆษณา Facebook รับทำเว็บไซต์ ขอนแก่น และรับทำเว็บไซต์ทั่วประเทศ

ข้อมูลจาก : sell.amazon / actualidadecommerce