Digital Stat Thai 2021
27 พฤษภาคม 2564

Digital Stat Thai 2021

บทความวันนี้เราจะนำข้อสรุป Digital Stat Thai 2021 จากรายงาน We Are Social มาฝากกันค่ะ 

เราได้เลือกคัดเฉพาะข้อมูลในส่วนที่คิดว่าน่าสำคัญ และสำคัญต่อคนไทย ซึ่งจะได้เอาไปต่อยอดแผนการตลาด และปรับปรุงแผนธุรกิจในปีนี้ให้ดีขึ้น

1. ค่าเฉลี่ยอายุคนไทยในปี 2021 อยู่ที่ 40.3 ปีแล้ว
เรียกได้ว่าตอนนี้เราก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัวก็ว่าได้ เหตุผลหนึ่งเพราะคนไทยมีลูกกันน้อยลงกว่าเดิมมาก และนั่นก็ทำให้เกิดกลุ่มกระแสของธุรกิจหน้าใหม่ ที่เกิดมาเพื่อคนมีอายุเป็นส่วนใหญ่ด้วยซ้ำ530

2. รายได้ต่อหัวประชากรของคนไทยขยับขึ้นมาสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก
เมื่อเอาตัวเลข GDP มาหารเฉลี่ยกับจำนวนประชากรจะเห็นว่า ค่าเฉลี่ยของทั่วโลกนั้นอยู่ที่ปีละ 17,678 ดอลลาร์สหรัฐ แต่พอดูของคนไทยนั้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกขึ้นมานิดนึง เพราะรายได้ต่อหัวของคนไทยในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 19,277 ดอลลาร์สหรัฐ ก็ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีของคนไทยมากๆ

3.คนไทยในปี 2021 เข้าถึงอินเทอร์เน็ตกว่า 69.5%
แม้ตัวเลขคนไทยที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตในต้นปี 2021 จะมีแค่ 69.5% ที่อาจจะไม่ได้ดูสูงมากนัก แต่ถ้าดูเทียบกับตัวเลขของค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่อยู่ที่แค่ 59.5% ก็ต้องถือว่าทำได้ไม่แย่เลยทีเดียว

แต่ในขณะเดียวกันถ้าดูดีๆ ยังมีช่องทางให้คนไทยได้ก้าวเข้าสู่โลกออนไลน์ได้อีกมาก ยังมีคนอีกนับสิบล้านคน หรือเกือบยี่สิบล้านคนด้วยซ้ำที่ยังรอเข้าถึงโอกาสในอินเทอร์เน็ต และนั่นหมายความว่ายังมีกลุ่มผู้บริโภคหน้าใหม่ที่ยังรอเข้ามาเป็นทั้งผู้ผลิต และผู้จับจ่ายใช้สอยได้อีกมากมาย

4. คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตวันละ 8 ชั่วโมง 44 นาที ในปี 2021
ตัวเลขจำนวนชั่วโมงที่คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตในปี 2021 อาจจะฟังดูเหมือนเยอะ แต่เมื่อเทียบกับอันดับการใช้งานอินเทอร์เน็ต ต้องถือว่าลดลงจากปี 2020 ซึ่งในปีก่อนคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตติดเป็นอันดับ 5 ของโลก

5. คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือมากเป็นอันดับ 3 ของโลกในปี 2021
แม้ในต้นปี 2021 คนไทยจะเสียอันดับสองไปจากปี 2020 แต่การขยับจากอันดับสองมาอยู่อันดับสามของจำนวนชั่วโมงการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ ต้นปี 2021 คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือกว่า 5 ชั่วโมง 7 นาที 

6. คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตบนคอมพิวเตอร์วันละ 3 ชั่วโมง 38 นาทีในปี 2021
สรุปประเด็นสำคัญจากรายงาน Digital Stat Thai 2021 ของ We Are Social ที่นักการตลาดต้องรู้ ถึงพฤติกรรมการออนไลน์ของคนไทยที่เปลี่ยนไปเพราะโควิด
แม้ตัวเลขการใช้อินเทอร์เน็ตบนคอมพิวเตอร์ของคนไทยจะไม่ได้สูงมากเท่ากับมือถือ ส่วนหนึ่งก็เพราะไม่ใช่ทุกคนจะมีคอมพิวเตอร์ใช้นั่นเอง
 
7. Web traffic ของคนไทยมาจากมือถือกว่า 60.2%
สรุปประเด็นสำคัญจากรายงาน Digital Stat Thai 2021 ของ We Are Social ที่นักการตลาดต้องรู้ ถึงพฤติกรรมการออนไลน์ของคนไทยที่เปลี่ยนไปเพราะโควิด
เพราะ Web Traffic มีสัดส่วนของมือถือมากกว่า 60% ในปี 2021 ดังนั้นการสร้างเว็บให้เหมาะกับมือถือจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก การโฟกัสกับ Mobile Experience จึงส่งผลต่อธุรกิจ และยอดขายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกต่อไป

8. เหตุผลหลักๆ ที่คนใช้อินเทอร์เน็ตในปี 2021
ถึงพฤติกรรมการออนไลน์ของคนไทยที่เปลี่ยนไปเพราะโควิด จะเห็นว่า 63% ออนไลน์เพราะอยากจะหาข้อมูลบางอย่าง ส่วน 56.3% บอกว่าออนไลน์ เพราะอยากจะติดต่อพูดคุยกับเพื่อน และคนในครอบครัว เหตุผลนี้เป็นเหตุผลใหม่ที่มาแรงในช่วงทุกประเทศต่างล็อคดาวตั้งแต่ 2020 ที่ผ่านมา

9. Search engine Market share 2021
อันดับหนึ่งของทั่วโลกในปี 2021 ยังคงเป็น Search engine อย่าง Google ซึ่งเป็นผู้นำตลาดแบบกินขาดไปกว่า 91.4% ตามมาด้วย Bing ของ Microsoft ที่ได้ส่วนแบ่งไปแค่ 2.7%

10. Search behaviours 2021
98% เสิร์จด้วยการพิมพ์ข้อความ
45.3% เสิร์จด้วยการพูดหรือใช้เสียงสั่งการ
44.8% เสิร์จหาแบรนด์ที่สนใจบนโซเชียลมีเดีย
32.9% อัพโหลดรูปภาพที่อยากรู้เข้าไปเพื่อให้ระบบไปค้นหาให้ต่อไป

11. พฤติกรรมการพูดเพื่อสั่ง Voice Interface แยกตามอายุ และเพศในปี 2021
จะเห็นว่าเป็นที่นิยมในหมู่คนรุ่นใหม่อายุน้อย แล้วก็ค่อยๆ ลดหลั่นลงมาตามช่วงวัยอย่างเห็นได้ชัด ส่วนเพศที่ใช้บ่อย ก็จะเป็นผู้ชายมากกว่า ที่คนอายุน้อยใช้มากกว่าก็เพราะว่าพวกเขาเกิดมาในวันที่เทคโนโลยีการตอบโต้ด้วยเสียงนั้นพร้อมกว่าวันแรกที่มันเปิดให้ใช้งาน 

12. คนไทย 47% ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อการทำงาน
จะเห็นว่าคนไทยใช้โซเชียลมีเดียไม่ใช่แค่เพื่อเล่นผ่อนคลายหาความบันเทิง แต่ยังใช้เพื่อเรื่องงานอย่างจริงจังกว่า 47% เลยทีเดียว ทั้งที่ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่แค่ 40.4% เท่านั้น 


และนี่ก็เป็นการสรุป Digital Stat 2021 ในส่วนของ Social media ทั้งหลาย ที่นักการตลาดออนไลน์ไทยต้องรู้ เพื่อจะได้เอาไปปรับใช้กับแผนการตลาดของตัวเองได้ ว่าควรจะเพิ่ม หรือลดงบช่องทางไหนบ้าง อะไรที่เราทำได้ดีแล้ว และอะไรที่เราควรจะทำได้ดีกว่านี้ เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของตลาด

 

 

 


ที่มา : everydaymarketing