โคิดวิด-19 ได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนมากมาย ทั้งด้านสุขภาพกาย และสุขภาพจิต ตลอดจนรายได้ครัวเรือน พฤติกรรมการใช้จ่าย รวมไปถึงคนไทยที่ 80% รายได้ และเงินออมลดลง
รายงานวิจัยที่ทาง บริษัท อิปซอสส์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดทำขึ้นมาด้วยการจัดเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามออนไลน์ จากผู้คนที่มาอายุ 18 ปีขึ้นไป ได้แก่
- สิงคโปร์ 500 คน
- มาเลเซีย 500 คน
- อินโดนีเซีย 500 คน
- ไทย 500 คน
- ฟิลิปปินส์ 500 คน
- เวียดนาม 500 คน
รายงานวิจัยดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความคิดเห็น และความกังวลต่อสภาวะรวมของสถานการณ์โควิด 19
ประเด็นที่คนได้รับผลกระทบเป็นลำดับต้นๆ ได้แก่ รายได้ครัวเรือนและเงินออม โดยในส่วนรายได้ครัวเรือนพบว่า การระบาดในระลอก 3 ผู้คนจากประเทศอินโดนีเซียมีรายได้ครัวเรือนลดลง 82% เป็นระดับต่ำสุดเมื่อเทียบกับ 6 ประเทศที่ได้ทำการสำรวจ
ถ้าหากเฉพาะเจาะจงคนไทยพบว่า ในอัตราที่ 80% คนไทยมีเงินออมที่ลดลงโดยเฉพาะหลังการระบาดระลอก 3 ซึ่งลดลงมากกว่าค่าเฉลี่ยของคนทั้งอาเซียนในระลอก 3 ที่อยู่ที่ 70% และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างการระบาดในระลอก 2 และ 3 คนไทยมีความกังวลเรื่องรายได้สูงกว่าอัตราเฉลี่ยของประชากรในภูมิภาค SEA และการกังวลดังกล่าวลากยากไป 3 ปี
จากคำถามในแบบสอบถาม คำถามก็คือ "หากรัฐบาลนำมามาตรการปิดกัดกลับมาใช้อีกครั้ง เพื่อระงับการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นในอนาคต คุณมีความกังวลต่อที่อาจเกิดขึ้นในระดับใด และเป็นกังวลว่าจะส่งผลต่อรายได้ของคุณหรือไม่" ได้คำตอบว่า ความกังวลของคนไทยในคำถามดังกล่าวอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยของคนในภูมิภาค
เมื่อมาดูถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายของคนในอาเซียนพบว่า ส่วนใหญ่ระมัดระวังการใช้เงินมากขึ้น ไม่ซื้อของชิ้นใหญ่ๆ และใช้เงินกับของจำเป็น
85% ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
79% ออกไปเดินห้างน้อยลง
51% มีการกักตุนสินค้าและของใช้ส่วนตัว
32% ลองซื้อสินค้าแบรนด์ใหม่
19% ซื้อสินค้าในครัวเรือนที่มีราคาแพงกว่าปกติที่เคยซื้อ
ส่วนไทยนั้นมีอัตราต่ำสุดในกลุ่ม 6 ประเทศที่ทำการสำรวจที่อัตรา 11% และถือว่าเป็นอัตราที่ตกต่ำลงเมื่อเทียบกับช่วงการระบาดในระลอก 2 ขณะที่พฤติกรรมใช้จ่ายภายหลังการแพร่ระบาดระลอก 3 พบว่าผู้คนจะให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับจำนวนเงินที่ใช้และไม่ใช้จ่ายกับของชิ้นใหญ่ๆ นอกจากนี้ยังพบว่า คนไทยหันมากักตุนอาหาร และของใช้ส่วนตัวเพิ่มขึ้นช่วงการแพร่ระบาดระลอก 3
ที่มา : marketingoop