ปัจจุบันไม่ว่าจะทำธุรกิจประเภทใดหรือแบบใดก็ตาม การทำเว็บไซต์ควบคู่ไปกับการมีหน้าร้านนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสามารถสร้างโอกาสในการขายให้กับธุรกิจที่คุณกำลังดำเนินการอยู่ได้อย่างมหาศาลเลยล่ะ
ดังนั้นการมีเว็บไซต์ธุรกิจจึงเป็นส่วนสำคัญในการแสดงตนทางออนไลน์ของเราบนเว็บไซต์ของเรา โดยมีประโยชน์หลักๆ เช่น
- ช่วยให้เราสามารถขายสินค้าและบริการทางออนไลน์ได้
- เป็นส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์และการสร้างแบรนด์ธุรกิจของเรา
- ช่วยให้เราสามารถสื่อสารกับลูกค้าของเรา และทำให้พวกเขาติดต่อกับเราได้
- เพิ่มโอกาสทางการขาย และกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ
ขั้นตอนที่ 1: รับชื่อโดเมนและ URL
สำหรับการเลือกชื่อโดเมนนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ โดยมันจะส่งผลกระทบดังต่อไปนี้.
- การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและเครื่องหมายการค้าของเรา
- ลูกค้าสามารถค้นหาไซต์ของเราได้ง่าย
- ลูกค้าไว้วางใจเว็บไซต์และแบรนด์ของเรา
ขั้นตอนที่ 2: ควรตั้งค่าที่อยู่อีเมลให้ตรงกับชื่อโดเมนของเรา
การใช้บริการที่ตรงกับชื่อโดเมนและธุรกิจของเรา จะสร้างความประทับใจและความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น ดีกว่าการใช้บริการอีเมลฟรีสำหรับธุรกิจ
ผู้ให้บริการที่จดทะเบียนชื่อโดเมนของเรา หรือบริษัทเว็บโฮสติ้งของเรา อาจให้บริการอีเมลหรือรวมไว้เป็นส่วนเสริมแบบชำระเงิน
ตัวอย่างเช่น อีเมลชื่อโดเมนของเราจะแสดงเป็น [email protected] แทนที่จะเป็น [email protected] (ซึ่งทำให้จำได้ง่ายและเข้าใจง่าย)
ขั้นตอนที่ 3: ค้นหาบริษัทที่ให้บริการพื้นที่เว็บ
เราสามารถโฮสต์เว็บไซต์ของเรากับบริษัทเดียวกับที่เราจดทะเบียนชื่อโดเมน หรือสามารถเลือกโฮสต์อื่นได้ หากสิ่งนี้ตรงกับความต้องการทางธุรกิจของเรามากกว่า
เว็บไซต์ของเราจะต้องโฮสต์โดยบริษัทผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้ง เพื่อให้เว็บไซต์ของเราเผยแพร่และเข้าถึงบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งบริษัทเหล่านี้จะจัดเตรียมพื้นที่ที่ปลอดภัยบนเซิร์ฟเวอร์เพื่อจัดเก็บเนื้อหาเว็บไซต์ของเราทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียมรายเดือนสำหรับเว็บโฮลติ้งอาจจะแตกต่างกันไป ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับขนาดของเว็บไซต์ และจำนวนการเข้าชมที่เรานั้นได้รับ
ขั้นตอนที่ 4: เริ่มออกแบบเว็บไซต์ (โดยให้คำนึงถึงจุดประสงค์สำคัญดังต่อไปนี้)
- ข้อมูลที่เราต้องการให้ลูกค้าทราบ
- สิ่งที่เราต้องการให้ผู้เยี่ยมชมกระทำบนเว็บไซต์
- คำถามที่ผู้เยี่ยมชมอาจจะมี
- ลำดับสิ่งที่ผู้เยี่ยมชมจะทำสิ่งต่างๆ
แต่สิ่งที่สำคัญเลยคือทำให้เข้าใจง่ายและเรียบง่ายเข้าไว้ โดยจัดโครงสร้างเว็บไซต์เพื่อให้ค้นหาและทำสิ่งที่ต้องการได้ง่าย แน่นอนว่าเว็บไซต์ที่ออกแบบมาอย่างดีและใช้งานง่าย จะช่วยให้ธุรกิจของเราโดดเด่น
วิธีง่ายๆ ในการทำความเข้าใจสิ่งที่เราต้องการสำหรับเว็บไซต์ของเราคือ การวาดแผนผังเว็บไซต์แบบภาพ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรีและนำมาปรับใช้กับความต้องการของเรา อย่างไรก็ตามเราต้องเข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้คือการพัฒนาโดยไม่มีสิ้นสุดหรือตายตัว เพราะมันคือกลยุทธ์การแข่งขันด้านการตลาด
ขั้นตอนที่ 5: สร้างเว็บไซต์ของเรา
เมื่อเราตัดสินใจได้แล้วว่าจะสร้างเว็บไซต์อย่างไร ให้พิจารณาว่าจะดูแลเว็บไซต์อย่างไร และจะทำการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายเพียงใด เราอาจจะต้องทำการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาบนเว็บไซต์ของเราเป็นประจำ อย่างเช่น
- การอัปเดต Content, โฆษณา, ข้อมูลเกี่ยวกับการขาย และข้อเสนอพิเศษ
- อัปเดตข้อมูลการติดต่อ
- การพัฒนา เปลี่ยนรูปลักษณ์ของเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง (เพื่อนำหน้าคู่แข่งอยู่เสมอ)
- การสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการ
- อัปเดตเวลาเปิดทำการ เช่น วันหยุดนักขัตฤกษ์
เราสามารถสร้างเว็บไซต์ธุรกิจของเราได้หลายรูปแบบ ตัวอย่างเช่น
- ใช้เครื่องมือสร้างเว็บไซต์ตามเทมเพลต (DIY)
- การใช้ CMS เพื่อสร้างเว็บไซต์แบบกำหนดเอง (DIY หรือ DIFM)
- ว่าจ้างนักพัฒนาเว็บมืออาชีพ (DIFM)
อย่างไรก็ตามอย่าลืมพิจารณาข้อดีและข้อเสีย, ศึกษาประเภทของเว็บไซต์, ความคุ้มค่า และกลยุทธ์การตลาดบนเว็บไซต์ด้วยนะครับ เมื่อมั่นใจแล้วก็เริ่มได้เลย และพัฒนาเว็บไซต์ของตนเองอยู่เสมอน๊าาา
ขั้นตอนที่ 6: เพิ่มและจัดการเนื้อหาบนเว็บไซต์
เมื่อเราได้ทราบแล้วว่าเราต้องการจะแสดง Content (เนื้อหา) แบบใดบนเว็บไซต์ของเรา เราจะต้องสร้างหรือซื้อเนื้อหานั้น ซึ่งเนื้อหาของเว็บไซต์รวมถึงสิ่งต่างๆ เช่น:
- Keyword (คีย์เวิร์ด )
- ภาพ
- วิดีโอ
- คัดลอก (คำที่เขียน)
- เครื่องมือเชิงโต้ตอบเช่น เครื่องคิดเลขและเครื่องมือประมาณค่า
- หน้า Landing Page เพื่อสนับสนุนแคมเปญส่งเสริมการขาย
อย่างไรก็ตามการมีเนื้อหาและรูปภาพที่เกี่ยวข้องและเป็นมืออาชีพ จะช่วยให้ลูกค้าเข้าใจผลิตภัณฑ์และบริการของเรา และทำให้พวกเขารู้สึกสบายใจที่ทำธุรกิจกับเรา ทั้งนี้เราอาจจะจ้างมืออาชีพเพื่อสร้างเนื้อหาหรือภาพและจัดโครงสร้างเนื้อหาของเราได้ ก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของเรา
ขั้นตอนที่ 7: เผยแพร่เว็บไซต์ของเรา
เมื่อเว็บไซต์ของเราพร้อมแล้ว ไซต์นั้นจะต้องได้รับการเผยแพร่หรือเผยแพร่จริง เพื่อให้ลูกค้าสามารถค้นพบไซต์ของเราโดยใช้ชื่อโดเมนของเรา ซึ่งอาจจะใช้เวลาหนึ่งหรือสองวันกว่าที่เว็บไซต์ของเราจะเผยแพร่ผ่านอินเทอร์เน็ต (กระบวนการนี้เรียกว่าการเผยแพร่)
อย่างไรก็ตามการเผยแพร่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและให้เว็บไซต์ใหม่ของเราเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ก็ขึ้นอยู่กับไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ของเราด้วย เนื่องจากบริบทช่วงเวลา สถานการณ์ในช่วงนั้นๆ มีความแตกต่างกัน
บทความที่เกี่ยวข้อง
---Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO รับทำการตลาดออนไลน์ รับทำโฆษณา Facebook รับทำเว็บไซต์ ขอนแก่น และรับทำเว็บไซต์ทั่วประเทศ—
ข้อมูลจาก : business.qld.gov.au