ข่าวการรวมกิจการของ 2 ยักษ์ใหญ่ในวงการโทรคมนาคม Truemove และ Dtac เป็นที่พูดถึงกันอย่างมากในทุกๆ ด้าน ว่าจะสามารถเกิดขึ้นได้จริงไหม ?
แต่ล่าสุด ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 รายงานข่าวจากวงการโทรคมนาคม เผยว่า ได้มีการตั้งโต๊ะชี้แจงอย่างเป็นทางการแล้วว่า TRUE และ DTAC ไฟเขียวในการรวมบริษัทเป็น Eco-Partnership เคาะราคาเสนอซื้อหุ้น TRUE ที่ 5.09 บาท และหุ้น DTAC ที่ 47.76 บาท
รายงานข่าวจากวงการโทรคมนาคมได้พูดถึงการควบรวมกิจการในครั้งนี้ว่า ธุรกิจโทรคมนาคมปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เนื่องจากปัจจุบันไม่จำเป็นต้องใช้ระบบโทรคมนาคมรูปแบบเดิม จึงส่งผลให้รูปแบบการแข่งขันมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยมีเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง AI ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญ ทั้งนี้การแข่งขันจะไม่ใช่การแข่งขันเฉพาะผู้เล่นในตลาดเท่านั้น แต่กำลังแข่งขันในระดับประเทศและในระดับโลก ซึ่งความร่วมมือกันในครั้งนี้จะช่วยให้ทั้ง True และ dtac สามารถเข้าสู่การแข่งขันในยุคสมัยใหม่ได้

โดยคาดว่าในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้ากระบวนการตรวจสอบต่างๆ ของทั้ง 2 บริษัทจะเสร็จ แล้วเริ่มเข้าสู่กระบวนการควบรวมเพื่อเกิดบริษัทใหม่ในรูปแบบ Eco-Partnership เพื่อสร้าง ecosystem
- มาวิเคราะห์การตลาดสำหรับการดีลในครั้งนี้กันค่ะ
สำหรับในแง่ผู้ถือหุ้น : อาจจะถือว่าเป็นผลดีมากขึ้นค่ะ เพราะว่าการลงทุนในแต่ละปีต้องใช้เงินจำนวนที่มหาศาลมากๆ หรือหลักหมื่นล้านต่อปีได้เลย แต่เมื่อได้มีการรวม 2 ธุรกิจเข้าด้วยกัน True-Dtac จะทำให้ผู้ลงทุนนั้นประหยัดเงินลงทุนไปได้เยอะมาก เพราะมีคำเสนอซื้อที่ราคาสูงกว่าตลาดประมาณ 15-17% เลยทีเดียว
สำหรับในแง่ผู้บริโภค : อาจจะมีแนวโน้มเป็นผู้ที่เสียผลประโยชน์และถูกกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะ "ฝั่งดีแทค" ซึ่งแน่นอนว่าใครที่กำลังใช้เครือข่ายนี้อยู่ต้องกำลังสับสนอย่างแน่นอน ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป ดังนั้นหากมีการตัดสินใจที่จะต้องย้ายค่ายออกจากดีแทค ซึ่งแน่นอนว่าก็จะไปไหนไม่ได้นอกจาก AIS นั่นเอง มีสิทธิที่จำนวนผู้บริโภคจะลดลงเยอะมากๆ
“ระหว่างกระบวนการควบรวม ผู้บริโภคมีโอกาสเสียประโยชน์สูงสุด เพราะมีความเป็นไปได้สูงที่ dtac จะชะลอการลงทุน ชะลอการออกบริการใหม่ ชะลอเรื่องโปรโมชั่นด้านการแข่งขัน เพื่อดูความชัดเจนจากดีลนี้” (อ้างอิง brandinside)
สำหรับในแง่พนักงานองค์กร : ซึ่งถ้าหากเมื่อถึงเวลาที่ต้องรวมบริษัทแล้ว พนักงานจะต้องทำอย่างไร ทิศทางจะเป็นอย่างไร ต้องขึ้นตรงกับบริษัทฝั่งไหน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทั้งเครือซีพี (True) และกลุ่มเทเลนอร์ (dtac) ต่างมั่นใจว่า การพิจารณาสร้างความร่วมมืออย่างเท่าเทียมกันในครั้งนี้ จะสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภคและประชาชนไทยได้อย่างแน่นอน เรามารอดูไปพร้อมกันกับ www.wynnsoftsolution.com กันนะคะ ว่าทิศทางในอนาคตสำหรับการดีลครั้งนี้จะเป็นอย่างไร
อ้างอิง brandinside