การทำการตลาดออนไลน์ในปัจจุบันมีการแข่งขันสูงมาก ดังนั้นถ้ามีเครื่องมือที่ช่วยวัดผลลัพธ์ว่าโฆษณา หรือการตลาดที่เราทำนั้นได้ผลหรือไม่ก็จะช่วยให้วางแผนพัฒนาการตลาดต่อไปได้ดียิ่งขึ้น ซึ่ง Conversion เป็นตัวช่วยอย่างมากสำหรับการตลาดออนไลน์นั่นเองค่ะ
มาทำความรู้จักกับ Conversion Rate กัน
คือ สัดส่วนของผู้ที่ทำการตอบสนองต่อโฆษณา หรือยอดผู้ซื้อจริง แล้วแต่การกำหนด เพราะธุรกิจแต่ละแบบมีเป้าหมายไม่เหมือนกัน
- ตัวอย่างเช่น จำนวนคนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์มี 1,000 คน แต่มีคนที่ตัดสินใจซื้อสินค้าหรืออย่างน้อยมีการติดต่อสื่อสารให้รายละเอียด อยู่ในฐานะผู้ให้ความสนใจมากกว่าแวะเข้ามาชมแล้วผ่านไป จำนวน 100 คน
จะได้ Conversion Rate = 0.10 คิดเป็น 10%
ถ้าหาก Conversion rate สูงขึ้น ก็แปลว่าเว็บไซต์ของเราได้รับการตอบสนองต่อผู้เข้าชมเป็นอย่างดี แต่ถ้าหาก Conversion Rate ต่ำ นั่นหมายความว่า เราจะต้อง Optimize ให้เว็บไซต์ของเราน่าสนใจมากยิ่งขึ้น สำหรับวันนี้เราได้มารวบรวมวิธีการเพิ่ม Conversion Rate ให้กับการตลาดคุณได้ง่ายๆ กันค่ะ
1. ส่ง Notification ไป จงทำให้มัน click ได้
หลายครั้งนั้น นักการตลาดส่งข้อความออกไปหากลุ่มเป้าหมายด้วย Notification ต่าง ๆ แล้วหวังว่า Notification นั้นจะสามารถกระตุ้นผู้รับสารจนทำให้เกิดความอยากได้สินค้าขึ้นมา แต่ปราฏกว่า Notification นั้นกลับกลายเป็นแค่เครื่องมือในการแจ้งข่าวนั้นเพราะไม่สามารถกดอะไรได้เลย ทำให้ผู้รับข้อความได้แต่หยุดอยู่ที่ข้อความไปเลย ดังนั้นการส่ง Notification ใด ๆ ควรทำให้เกิดการกดได้ขึ้นมาถึงหน้าเว็บไซต์หรือหน้า Application ที่ต้องการเพื่อทำให้เกิดการซื้อสินค้าและบริการได้ทันทีที่ต้องการขึ้นมา
2. ลองใช้สีและไอคอนของคุณเอง
สิ่งเล็ก ๆ น้อยสิ่งหนึ่งที่สามารถช่วยเพิ่ม Conversion Rate ได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย ก็คือการที่นักการตลาดนั้นลองใช้สีและไอคอนต่าง ๆ ที่แบรนด์ตัวเองใช้ดู เพราะด้วยการใช้อะไรที่แปลกตาไป ย่อมทำให้เกิดจุดสนใจมากกว่าการใช้ไอคอนหรือสีทั่ว ๆ ไปที่ทุกคนใช้กัน ทำให้ผู้ผู้บริโภคสามารถมองข้ามไปได้ แต่การใช้สีและไอคอนตัวเองกลับสร้างความสนใจจนเกิดการกดได้มากกว่าเดิม
3. อย่าลืมทำเพื่อมือถือ
ในยุคนี้ที่ผู้บริโภคนั้นใช้มือถือเป็นส่วนใหญ่ การคิดเพื่อมือถือนั้นจึงจำเป็นอย่างมาก ด้วยการที่ไม่ได้คิดเผื่อสำหรับพฤติกรรมการซื้อสินค้าและบริการในมือถืออาจจะทำให้คุณพลาดกับลูกค้าหลาย ๆ คนไปได้อย่างง่ายดาย เพราะเมื่อเข้ามาแล้วใช้บนมือถือหรือจะทำการซื้อขายบนมือถือแล้วมีประสบการณ์ที่ไม่ดี ก็อาจจะทำให้ออกจากการซื้อได้เลย ทำให้คุณนั้นสูญเสีย Conversion rate ไปอย่างง่ายดาย ยิ่งถ้าคุณทำ Notification ผ่านมือถือแล้วละก็ การให้ผลการออกแบบแสดงบนมือถือได้ดีนยั้นจึงมีความจำเป็น
4. อย่าทำ Notification แรกให้ดีเลย์
การทำ Notification ที่ดีนั้นจะต่างจากการทำโฆษณา Pop up ที่เห็นกันตามเว็บไซต์แล้วเกิดความน่ารำคาญ แต่การทำ Notification นั้นสามารถสร้างให้เป็นส่วนหนึ่งของเว็บไซต์ได้ และเมื่อมีใครที่เข้ามาที่เว็บไซต์หรือ Application คุณ การทำให้โชว์ Notification ทันทีนั้นมีผลอย่างมากที่จะจูงใจให้ผู้ที่เข้ามายังเว็บไซต์หรือ Application นั้นเกิดการปฏิสัมพันธ์ที่เป็น Conversion ต่างๆ ขึ้นมา
5. ปล่อยให้พักหายใจระหว่าง Notification บ้าง
ผู้ที่เข้ามายัง Website หรือ Application ของคุณนั้นมีความต้องการอะไรบางอย่างและมีความสนใจในตัวผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณ คนเหล่านี้มาเพื่อหาข้อมูล เรียนรู้ ดูวิดีโอต่าง ๆ ก่อนที่จะทำการลงชื่อสมัครหรือซื้อใช้สินค้าและบริการต่อไป ดังนั้นนี้จึงเป็นเหคุผลสำคัญว่าทำไมคุณต้องปล่อยให้ผู้ที่เข้ามายังพื้นที่คุณนั้นมีเวลาได้พักหายใจก่อนที่จะส่ง Notification ตามเข้าไป ซึ่งก็เพราะจะทำให้ผู้บริโภคมีเวลาได้ศึกษาข้อมูล มีความสนใจเต็มที่กับเนื้อหาต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจ ซึ่งการส่งข้อความไปในระหว่างนั้นจะเป็นการรบกวนจนทำให้เกิดการหนีได้
6. มีเวลาให้อ่าน Notification บ้าง
โดยทั่วไปแล้ว คนนั้นจะสามารถอ่านข้อความได้ประมาณ 200-400 ข้อความต่อนาที หรือประมาณ 4 คำต่อวินาที ดังนั้นถ้า Notification ของคุณมีคำต่าง ๆ รวมทั้งมี animation icon สิ่วงที่คุณควรทำคือการนับคำต่าง ๆ รวมทั้ง icon นั้นออกมาเพื่อตีเวลาว่าผู้บริโภคน่าจะใช้เวลาอ่านข้อความนี้ประมาณเท่าไหร่ และใช้เวลาเท่าไหร่ในการทำความเข้าใจ แปรผลภาพต่าง ๆ จนเกิดการกระทำต่อไปได้ขึ้นมา ด้วยการให้เวลาที่พอดีเช่นนี้ย่อมทำให้เกิดการสร้าง conversion ที่ดีขึ้นมาได้
7. ทำให้ง่าย
สุดท้ายที่จะสามารถช่วย Conversion Rate ของนักการตลาดให้ดีขึ้นได้มานั้น คือการทำข้อความต่าง ๆ หรือ notification ต่าง ๆ นั้นมีความง่ายอย่างมากต่อความเข้าใจ ทำให้ผู้บริโภคที่อ่านเนื้อหาไม่ต้องประมวลผลมาก หรือตีความข้อความนั้นมาจนเกินไป แถมข้อความควรสื่อตรง ๆ และมีโฟกัสให้ดีว่าอยากจะให้ผู้บริโภคทำอะไรต่อไป ไม่จำเป็นต้องมีรายละเอียดเยอะแยะจนน่ารำคาญ ซึ่งด้วยวิธีนี้จะทำให้เกิดการสมัครหรือการซื้อสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น